ติดเกมคืออะไร

  1. “เด็กติดเกม” คืออะไร ?
  2. การ "ติดเกม" มีข้อเสียอย่างไร...
  3. เดี๋ยวนี้มีเด็กติดเกมเยอะไหม ?
  4. “ติดเกม” รักษาได้หรือเปล่า ?
  5. คำว่า "เกม" กับ "เกมส์" ต่างกันอย่างไร ?
  6. แล้วแบบนี้ เราจะช่วยเหลือ “เด็กติดเกม” ยังไงดีล่ะ ?
  7. จะหาแหล่งข้อมูลในการแก้ไขปัญหาเด็กติดเกมที่ไหนดี ?
  8. ใครเป็นคนดูแลเว็บไซต์บ้างนะ?
  9. www.healthygamer.net มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ?
  10. ฟังดูน่าสนใจนะ แต่ที่นี่มีอะไรต่างจากที่อื่นหรือเปล่า ?
  11. เอ๊ะ ! เห็นว่าที่นี่มีระบบสมาชิกด้วยนี่นา ?
  12. การเป็นสมาชิกนี่มีเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า ?
  13. แล้วจะสามารถสมัครสมาชิกเว็บไซต์ได้ยังไงล่ะ ?
  14. ถ้าอยากติดต่อกับผู้ดูแลเว็บไซต์ต้องทำยังไง ?
  15. เล่นเกมอย่างไร ให้ชีวิตสมดุล...
  16. พาลูกไปรักษาอาการติดเกมที่ไหนได้บ้าง?

ตอบ:

ลักษณะของเด็กติดเกม: เด็กติดเกม คือ เด็กที่หมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมมากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมตนเองให้เล่นในเวลาที่กำหนด ทำให้ใช้เวลาในการเล่นนานติดต่อกันหลายชั่วโมง หรือเล่นนานขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน แต่เพิ่มเป็นหลายชั่วโมงต่อวัน บางคนเล่นข้ามวันข้ามคืน เมื่อถูกบังคับให้เลิกหรือหยุดเล่นจะมีพฤติกรรมในเชิงต่อต้าน หรือมีปฏิกริยาที่แสดงออกถึงอาการหงุดหงิด ไม่พอใจอย่างรุนแรง ซึ่งบางคนอาจถึงขั้นก้าวร้าวได้ การเล่นเกมของเด็กมีผลกระทบต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของเด็กโดยตรง เช่น เด็กไม่สนใจการเรียน หลับในห้องเรียน ไม่ทำการบ้าน หนีเรียน หรือแอบหนีออกจากบ้านเพื่อที่จะไปเล่นเกม ผลการเรียนตกลงจากเดิม มักชอบแยกตัวจากสังคม หรือไม่ค่อยทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว เพราะมัวแต่อยู่ในสังคมของเกมที่ตนเองเล่นอยู่จนไม่ได้ใช้ชีวิตในสังคมของความเป็นจริง โดยบางรายอาจมีปัญหาทางพฤติกรรมอื่นๆร่วมด้วย เช่น โกหก ลักขโมย (เพื่อนำเงินไปเล่นเกม) ดื้อ ต่อต้าน แยกตัว เก็บตัว เป็นต้น 

ตอบ:

- ด้านสุขภาพร่างกาย ทำให้มีเวลาในการออกกำลังกายลดน้อยลง และส่งผลโดยตรงในการแสดงออกเป็นอาการทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดท้อง เจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย เป็นต้น แต่เมื่อหยุดเล่นเกมแล้วอาการจะหายไป โดยการเล่นเกมนั้นทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น และยังสัมพันธ์กับการเป็นโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันด้วย นอกจากนี้การเล่นเกมอาจกระตุ้นให้เกิดอาการลมชักได้โดยโรคลมชักยังมีชนิดที่ไวต่อแสงซึ่งจะถูกกระตุ้นให้เกิดอาการลมชักจากการเล่นคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น และหากมีการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดส่วนต่างๆได้ ที่พบได้บ่อย คือ ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำที่ขา ทำให้การไหลเวียนของเลือดที่อวัยวะส่วนนั้นผิดปกติไป และอาจส่งผลถึงอาการปวดบวมอย่างรุนแรง

- ด้านพัฒนาการ จะมีผลโดยตรงในเรื่องของด้านสังคม แม้ว่าเด็กจะมีสังคมแบบออนไลน์จากการเล่นเกมก็ตาม แต่ไม่เหมือนกับการปฎิสัมพันธ์ในสังคมของความเป็นจริง และอาจส่งผลถึงภาวะสภาพทางจิตใจของเด็ก เช่น ซึมเศร้า รู้สึกว้าเหว่ วิตกกังวล และเครียดจากการเล่นเกม เป็นต้น ที่สำคัญคือความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ลดลง เด็กติดเกมมักไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมหรือสานสัมพันธ์กับคนในครอบครัว เพราะมัวแต่ครุ่นคิดอยู่กับการเล่นเกมเพื่อต้องการได้ชัยชนะ และยังหมายรวมถึงพัฒนาการทางสติปัญญาที่ลดน้อยลงเนื่องจากไม่ได้รับการฝึกฝนและไม่สนใจในการเรียนจนอาจทำให้ผลการเรียนตกต่ำลง

- ด้านพฤติกรรมและสภาพจิตใจ เด็กติดเกมจะเสี่ยงต่อการมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ด้วยการเลียนแบบมาจากเกมที่ตนเองเล่นอยู่แล้วนำมาใช้ในชีวิตจริง โดยเริ่มจากการมีความคิดและอารมณ์ที่รุนแรงจนแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมในที่สุด เนื่องจากการเล่นเกมนั้นจะมีบทบาทของผู้เล่นให้เป็นผู้กระทำความรุนแรงด้วยตนเองและได้รับรางวัลหรือไล่ระดับความสามารถในเกมนั้นๆขึ้นเรื่อยๆเป็นการเสริมแรงให้กับผู้เล่น ซึ่งพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงนี้สามารถส่งผลได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว คือ 

     1.ระยะสั้น คือ มาจากพฤติกรรมก้าวร้าวที่เกิดจากปัจจัยในส่วนตัวบุคคลหรือจากบุคลิกภาพที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่กระตุ้นความก้าวร้าวจนแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมในที่สุด และจะเกิดขึ้นได้ง่ายมากหากได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าภายนอก

     2.ระยะยาว โดยการที่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่มีความรุนแรงเป็นเวลานานทำให้บุคคลนั้นมีการรับรู้ แปลความหมาย ตัดสินใจ และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆไปในทางก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้นจนทำให้เกิดเป็นความเคยชิน

- ด้านการเรียน การงาน และสังคม ซึ่งผู้เล่นเกมจะหมกมุ่นอยู่แต่กับการเล่นเกมจนไม่สนใจในการเรียน ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ผลการเรียนตกต่ำลง ไม่มีสมาธิเวลาทำงาน และขาดสัมพันธภาพกับผู้อื่นโดยเฉพาะกับคนในครอบครัว จนก่อให้เกิดเป็นอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียดได้ แต่ที่เด่นชัดคือจะมีการแยกตัวออกจากสังคม แล้วนำตนเองเข้าไปอยู่ในสังคมออนไลน์แทนซึ่งไม่มีปฏิสัมพันธ์ของความเป็นจริงแต่อย่างใด จึงอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจในทางลบได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

 

ตอบ:

จากงานวิจัยเรื่อง “การศึกษาหาปัจจัยป้องกันเด็กติดเกมในเด็กและวัยรุ่น” ของ รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล และคณะ ซึ่งศึกษาในปีพ.ศ. 2550 โดยการสนับสนุนของคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พบว่า มีเด็กนักเรียนร้อยละ 13.3 ที่เข้าข่ายเด็กติดเกม โดยเป็นเด็กนักเรียนชายถึง2ใน3 ซึ่งถ้าคิดจากจำนวนเด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า15 ปีทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 13 ล้านคนจะหมายความว่า มีเด็กเกือบ2แสนคนที่มีแนวโน้มเป็นเด็กติดเกมเลยทีเดียว โดยอัตราการติดเกมก็มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ล่าสุดในปีพ.ศ.2552 พบว่า มีเด็กนักเรียนร้อยละ 14.4 ที่เข้าข่ายเด็กติดเกม

ตอบ:

ได้ครับ แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากคนในครอบครัว ที่จะช่วยเหลือและดูแลเด็กที่มีอาการ “ติดเกม” เพราะนอกจาก “สัมพันธภาพ” ที่มีต่อกันจะเป็นยารักษาที่ดีแล้ว ยังเป็นเกราะป้องกันที่เข้มแข็งสำหรับปัญหาพฤติกรรมอื่นๆได้อีกด้วย

ตอบ:

มักมีผู้สับสนกันอยู่มากมายระหว่างคำว่า "เกม" กับ "เกมส์" ว่ามีความหมายต่างกันไหม ? อย่างไร ? คำไหนสะกดถูกแล้วคำไหนสะกดผิด จึงได้นำเอาความหมายของ 2 คำนี้มาให้ดูกัน จากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

คำว่า "เกม" หมายถึง

- น. การแข่งขันที่มีกติกากำหนด เช่น เกมกีฬา, การเล่นเพื่อความสนุก เช่น เกมคอมพิวเตอร์ และการแสดงเพื่อสาธิตกิจกรรม เช่น เกมการบริหาร เป็นต้น

โดยปริยาย หมายถึง การแสดงที่ใช้กลวิธี หรือเล่ห์เหลี่ยมเพื่อหักล้างกัน เช่น เกมการเมือง หรือใช้เรียกลักษณนามของการแข่งขันหรือการเล่นที่จบลงด้วยการแพ้ชนะกันครั้งหนึ่งๆ เช่น เล่นแบดมินตัน ๓ เกม เป็นต้น

- (ปาก) ก. สิ้นสุด, จบ, เช่น เรื่องนี้เกมไปนานแล้ว

 

ส่วนคำว่า "เกมส์" นั้น ไม่มีในพจนานุกรม

ดังนั้นคงทราบกันแล้วนะครับว่าจะเขียนให้ถูกต้อง เลือกใช้คำไหน และออกเสียงอย่างไร...

ตอบ:

     การช่วยเหลือเด็กติดเกมนั้นสามารถทำได้ด้วยการสร้างพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีก่อน แล้วค่อยตามด้วยวิธีการ ดังนี้

1.ตกลงกติกากันให้ชัดเจน พยายามให้ลดหรือเลิก ถ้าให้ลดควรจัดเวลากันใหม่ให้ใช้เวลาในการเล่นลงทีละน้อย เช่น ค่อยๆลดลงครั้งละ 1 ชั่วโมงตลอดทั้งสัปดาห์ในแต่ละสัปดาห์ก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆจนถึงในเกณฑ์ที่กำหนดว่าเหมาะสมให้เล่นได้ แต่ถ้าให้เลิกควรจัดหากิจกรรมในการทดแทนเวลาที่เคยใช้ไปกับการเล่นเกมทันที โดยกิจกรรมนั้นต้องมีความน่าสนใจ เป็นสิ่งที่เด็กชอบหรือสนใจอยู่แล้ว จะยิ่งทำให้เด็กยินยอมที่จะทำตาม และสามารถเบนความสนใจไปจากเกมได้ในที่สุด

2.การเอาจริงเอาจังกับข้อตกลงหรือกฏกติกาที่ได้ตั้งไว้ ห้ามใจอ่อนหรือสงสารเด็กเป็นอันขาด เพราะนั่นอาจยิ่งทำให้เป็นแสดงถึงการตามใจเด็กจนเคยชินกับสิ่งนี้ในที่สุด

3.ตกลงทดลองปฎิบัติจริงให้เป็นเวลาที่แน่นอน เช่น ทดลองในการลด ละ หรือเลิกเล่นเกมเป็นเวลา 1 เดือน แล้วมีการประเมินผลร่วมกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับการหาทางปรับปรุงแก้ไขต่อไปในแบบที่เหมาะสมกับครอบครัวของตนเอง

4.กำหนดแนวทางในการปฎิบัติเมื่อเกิดปัญหา เช่น ถ้าลูกไม่ทำตามพ่อแม่หรือผู้ปกครองจะทำอย่างไร เป็นต้น

5.มีการบันทึกผลการช่วยเหลือ และนำมาพูดคุยกันเป็นระยะๆ กล่าวชมเชยเด็กในสิ่งที่เด็กทำได้ดี และบอกวิธีแก้ไขหรือปรับปรุงในสิ่งที่เด็กยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยยังมีการติดตามผลอยู่เช่นเดิม

6.ประเมินผลเมื่อครบเวลาตามที่ตกลงกันไว้

7.ควรปรับกติกากันใหม่ ถ้าพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นหรือยังไม่เหมาะกับครอบครัวของตนเอง

8.สร้างแรงจูงใจให้กับเด็ก เพื่อที่ต้องการเลิกให้ได้ด้วยตนเอง

9.ควรมีการควบคุม และเสริมทักษะในการควบคุมตนเองให้ได้มากยิ่งขึ้น

10.จัดสิ่งแวดล้อมให้สงบ เรียบร้อย ปราศจากสื่อต่างๆที่จะทำให้นึกถึงเกม และไม่ให้มีสิ่งกระตุ้นใดๆกับเด็ก

11.มีการจัดกรรมให้กับเด็กในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เด็กเคยใช้ไปกับการเล่นเกมในทันที เพื่อให้เด็กมีความเพลิดเพลิน และเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กไปจากเกม

 

ตอบ:

ที่นี่เลยครับ www.healthygamer.net และ www.facebook.com/healthygamer โดยทางเราได้ทำการรวบรวมแนวทางวิธีการแก้ไข ดูแล และป้องกันปัญหาเด็กติดเกมเอาไว้สำหรับผู้ปกครอง ครู-อาจารย์ ตลอดจนผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาและร่วมกันแสดงความคิดเห็นหรือนำเสนอประสบการณ์ต่างๆได้ในเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังมีแหล่งข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโรงพยาบาลที่รับดูแลเด็กที่มีปัญหา “ติดเกม” ซึ่งทางเราได้รวบรวมไว้ในหัวข้อ link ภายในเว็บไซต์ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ตอบ:

จากจุดเริ่มต้น…

ในปัจจุบัน ปัญหา “เด็กติดเกม” ถือได้ว่าเป็นภัยร้ายที่แฝงตัวเงียบในสังคม และนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นปัญหาระดับประเทศที่เข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากอายุเฉลี่ยของ “เด็กที่เริ่มติดเกม” กำลังลดลงเรื่อยๆ ตรงข้ามกับจำนวน “เด็กติดเกม” ในสังคมที่สูงมากขึ้นทุกที
 
[จากสถิติงานวิจัยในปี พ.ศ. 2552 อัตราเด็กติดเกมในประเทศไทยสูงถึงร้อยละ 14.4]
 
ด้วยความใส่ใจในปัญหา “เด็กติดเกม” สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้มอบเงินทุนสำหรับนักวิจัยในการศึกษาหาวิธีการดูแล แก้ไข และป้องกันปัญหาเด็กติดเกมนี้ และหนึ่งในงานวิจัยที่สำเร็จผลเมื่อปี พ.ศ. 2551 นั้น คือ การวิจัยเรื่อง “การศึกษาหาปัจจัยป้องกันการติดเกมในเด็กและวัยรุ่น” ของ รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล และคณะ ซึ่งผลจากงานวิจัยชิ้นนี้ได้กลายมาเป็นข้อมูลหลักและแนวคิดสู่การจัดสร้างเว็บไซต์ www.healthygamer.net
 
สู่ก้าวแรกของเว็บไซต์...
 
สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ได้พัฒนาต่อยอดแนวความคิดในการเผยแพร่ข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยสู่ประชาชน ด้วยวิธีที่ประหยัด มีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว ผ่านระบบเครือข่ายที่สามารถเชื่อมโยงโลกทั้งใบไว้ด้วยกันอย่างระบบอินเตอร์เน็ต
 
ด้วยการสนับสนุนเงินทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ความคิดและความตั้งใจในการร่วมกันดูแล แก้ไข และป้องกันปัญหาเด็กติดเกมในสังคมไทยที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องวาดฝันไว้จึงได้สำเร็จออกมาเป็นรูปธรรม กลายเป็นเว็บไซต์www.healthygamer.net  
 
การเติบโตและความเปลี่ยนแปลง...
 
จากการเปิดให้บริการเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นมา ทีมงานของโครงการจึงได้วางแผนปรับปรุงเว็บไซต์ และพัฒนาเนื้อหาให้มีความทันสมัย มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายเหมาะกับเด็ก เยาวชน ผู้ปกครองและผู้สนใจทั่วไปมากยิ่งขึ้น โดยได้รับทุนสนับสนุนการปรับปรุงเว็บไซต์ในเวอร์ชั่นที่สอง จากกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี 2554 ดังที่ได้เห็นในปัจจุบัน
 
ผลสำเร็จและรางวัลการันตี...
 
www.HealthyGamer.net ได้รับการส่งชื่อเข้าประกวดในโครงการติดดาว คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประจำปี 2553 และได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่น ประเภททีมสหสาขา โดยใช้ชื่อนวัตกรรมว่า “เว็บไซต์เพื่อดูแล แก้ไข และป้องกันปัญหาเด็กติดเกม www.HealthyGamer.net” เนื่องจากโครงการนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการรักษาทางจิตเวชให้เข้าถึงง่าย และเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการมีทัศนคติในด้านลบเกี่ยวกับผู้มารับการรักษาทางจิตเวชในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี และยังเป็นกระบวนการให้บริการเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพในการให้บริการอีกด้วย 
 
หลังจากนั้นคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงได้คัดเลือกโครงการที่ได้รับรางวัลติดดาวประจำปี 2553 ไปยังโครงการรางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชนดีเด่น ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) จนได้รับรางวัลนวัตกรรมการให้บริการดีเด่นประจำปี 2554 ในกลุ่มรางวัลนวัตกรรมการให้บริการ
 
การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง...
 
www.HealthyGamer.net ยังคงทำแบบทดสอบการติดเกมและแบบวัดภูมิคุ้มกันการติดเกมซึ่งเป็นจุดเด่นและจุดแข็งของเว็บไซต์เอาไว้ พร้อมทั้งปรับปรุงระบบการให้บริการให้เป็นไปอย่างครบวงจรตั้งแต่การบริการแบบทดสอบการติดเกมและแบบวัดภูมิคุ้มกันการติดเกม และจะเปิดให้บริการแบบทดสอบวัดคุณภาพชีวิตของผู้ชอบเล่นเกม ในปี 2556 และ แบบทดสอบการติดสื่อสังคมออนไลน์ ในปีต่อไป 
 
จากการดำเนินงานของโครงการมาตลอด 3 ปี ทีมงานไม่ได้หยุดนิ่งเพียงแค่การสร้างเว็บไซต์เพื่อให้บริการแบบทดสอบแบบออนไลน์เท่านั้น แต่ยังมีการพัฒนาและสร้างสรรค์เนื้อหา สาระความรู้ใหม่ๆ เพื่อให้บริการกับผู้ที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ โดยมุ่งหวังให้เว็บไซต์นี้เป็นการให้บริการทางการแพทย์ด้านปัญหาเด็กติดเกมผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่ครบวงจร และเกิดประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด แล้วยังมีนโยบายจะพัฒนาให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น...
 
รายชื่อคณะทำงานโครงการจัดทำเว็บไซต์ www.HealthyGamer.net
 
ประธานโครงการฯ / Webmaster:
รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล
 
รองประธานโครงการฯ :
อ.นพ.บดินทร์ ทรัพย์สมบูรณ์
ตอบ:

นอกจากที่นี่จะเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการดูแล ป้องกัน และแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม ทั้งที่เป็นบทความจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น งานวิจัยสำหรับการอ้างอิง รวมถึงคลิปวิดีโอต่าง ๆ แล้ว เรายังมีเว็บบอร์ด (webboard) ให้สมาชิกเว็บไซต์ได้ศึกษาและสอบถามผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา ครูการศึกษาพิเศษ และนักสังคมสงเคราะห์ ที่จะมาตอบคำถามข้อข้องใจต่างๆเกี่ยวกับปัญหาเด็กติดเกมโดยตรง แล้วยังมีแบบทดสอบการติดเกมและแบบวัดภูมิคุ้มกันการติดเกมซึ่งเป็นจุดเด่นและจุดแข็งของเว็บไซต์ให้ได้เข้าไปทำกัน พร้อมทั้งปรับปรุงระบบการให้บริการให้เป็นไปอย่างครบวงจรตั้งแต่การบริการแบบทดสอบการติดเกมและแบบวัดภูมิคุ้มกันการติดเกม และจะเปิดให้บริการ แบบทดสอบวัดคุณภาพชีวิตของผู้ชอบเล่นเกม ในปี 2556 และแบบทดสอบการติดสื่อสังคมออนไลน์ ในปีต่อไป 

ตอบ:

แน่นอนครับ ที่นี่เป็นเว็บไซต์แห่งแรกของประเทศไทยที่ให้บริการคัดกรองอาการติดเกมเบื้องต้น โดยใช้แบบทดสอบที่เป็นมาตรฐาน อย่างแบบทดสอบการติดเกม (Game Addiction Screening Test – GAST) และแบบวัดภูมิคุ้มกันการติดเกม (Game Addiction Protection Scale – GAPS) ทำให้มีความน่าเชื่อถือในการคัดกรองในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ตอบ:

ใช่ครับ การเป็นสมาชิกของเว็บไซต์แห่งนี้ จะได้รับสิทธิพิเศษกว่าผู้ใช้งานทั่วไปในหลายด้านด้วยกัน เช่น สามารถใช้งาน "เว็บบอร์ด" เพื่อโพสต์ข้อความต่างๆได้ สามารถใช้งานในส่วน “ดาวน์โหลด” ซึ่งรวบรวมงานวิจัย รวมถึงคลิปวิดีโอต่างๆทั้งของในและต่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้เรายังเตรียมที่จะเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์อื่นๆ ให้แก่สมาชิกเว็บไซต์อีกในอนาคตครับ :)

ตอบ:

อย่าเรียกว่าเงื่อนไขเลยครับ เรียกได้ว่าเป็นการขอความร่วมมือจากสมาชิกเว็บไซต์จะดีกว่า ในการทำแบบทดสอบ GAST และ GAPS ทุก 3 เดือน เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของปัญหาเด็กติดเกมที่สมาชิกประสบอยู่ ไม่ว่าสมาชิกคนนั้นจะเป็นผู้ที่เล่นเกมเอง หรือว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กที่เล่นเกมก็ตาม

ตอบ:

ไม่ยากเลยครับ แค่เข้าไปที่ “สมัครสมาชิก” พร้อมทั้งกรอกข้อมูลลงไป เพียงเท่านี้ก็เข้าเป็นสมาชิกของเว็บไซต์แห่งนี้ได้แล้วครับ

ตอบ:

สามารถติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ได้โดยการเข้าไปยัง “ติดต่อเรา” และส่งเป็นข้อความจำนวนไม่เกิน 1,000 ตัวอักษร หรือสามารถติดต่อได้ตามที่อยู่ที่แนบไว้ในนั้นได้เลยครับ

ตอบ:

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมานี้ทางเราได้รับเกียรติจากทางเว็บไซต์ของคุณสายสวรรณ ขยันยิ่ง ดังลิ้งค์นี้ http://www.saisawankhayanying.com ที่ได้มีความสนใจในโครงการ "HealthyGamer" เกมสมดุล ชีวิตสมดุล ของทางเราและได้มีการขอข้อมูลเพื่อนำไปเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ดังกล่าว เรียบเรียงจากคุณวิรงรอง พรมมี ทีมงานจากทางเว็บไซต์  โดยมีคุณเอษรา วสุพันธ์รจิต นักจิตวิทยาประจำสาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นผู้ให้ข้อมูล ในส่วนของเนื้อหาข้างต้นคือปัญหาเด็กติดเกมที่สามารถส่งผลกระทบได้ถึงตัวเด็กเอง ครอบครัว รวมถึงสังคมที่เด็กอยู่ จนสามารถต่อเนื่องเป็นห่วงโซ่ต่อไปได้ ดังนั้นปัญหานี้จึงเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญในยุคปัจจุบันต่อเยาวชนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ที่พวกเราทุกคนควรหันกลับมาให้ความสนใจ ใส่ใจ และร่วมกันแก้ไขปัญหา รวมถึงการป้องกันปัญหานี้ไม่ให้ลุกลามมากไปกว่าเดิม ทางเราจึงขอขอบพระคุณคุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง ที่ให้ความสนใจและช่วยทำการเผยแพร่ข้อมูลของโครงการ "HealthyGamer" เกมสมดุล ชีวิตสมดุล ออกทางสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นอีกลู่ทางทางหนึ่งที่จะช่วยกระจายข่าวสารและข้อมูลดีดีให้กับผู้อื่นได้รับทราบต่อไป ขอขอบพระคุณคุณวิรวรอง พรมมี ที่ได้ทำการเรียบเรียงข้อมูลดังกล่าวเพื่อนำลงบนเว็บไซต์ และขอขอบคุณคุณเอษรา วสุพันธ์รจิต นักจิตวิทยาประจำสาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่เป็นผู้ให้ข้อมูลโครงการของเรา ซึ่งมีข้อมูลดังกล่าวโดยสังเขปอยู่ว่า

1. ปัญหาเด็กติดเกมนั้น สามารถส่งผลกระทบได้ ทั้งในส่วนตัวของเด็กเอง ครอบครัว รวมไปถึงสังคมที่เด็กอยู่ ซึ่งมักจะเห็นผลกระทบต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ เช่น เมื่อเกิดปัญหากับตัวเด็ก ย่อมส่งต่อให้เกิดความเครียดในครอบครัว เกิดสัมพันธภาพที่ขัดแย้งกัน นอกจากนี้การเล่นเกมของเด็กยังอาจขยายตัวรุนแรงไปสู่ปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม เมื่อเกิดปัญหากับตัวเด็ก ย่อมส่งต่อให้เกิดความเครียดในครอบครัว เกิดสัมพันธภาพที่ขัดแย้งกัน นอกจากนี้การเล่นเกมของเด็กยังอาจขยายตัวรุนแรงไปสู่ปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ และส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

2.ปัญหาเด็กติดเกมที่ส่งผลกระทบต่อตัวเด็ก แรกๆอาจเป็นเรื่องทางกาย เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อต่างๆ ปวดหรือมีปัญหาเกี่ยวกับสายตา บางรายที่มีความรุนแรง อาจเห็นได้จากข่าวหนังสือพิมพ์ ที่เล่นติดต่อกันนานๆ แล้วหัวใจวายหน้าจอคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเกิดลิ่มเลือดอุดตันอันเกิดจากการนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ส่วนด้านอารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนอีกอย่างหนึ่งคือ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองจะลดลง เช่น เรื่องการเรียน การทำการบ้าน หรืองานบ้าน หลายรายพบว่าประสิทธิภาพในการคิดหรือสมาธิจะสั้นลง เพราะหมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องของเกม อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป บางรายอาจแสดงท่าทีหงุดหงิด หรือก้าวร้าวมากขึ้น บางรายอาจต่อต้านรุนแรง เมื่อถูกห้ามไม่ให้เล่นเกม บางรายซึมเศร้า หรือแยกตัวเพื่อมาเล่นเกม บางรายอาจโดดเรียน หนีเรียน หลับในห้องเรียน และหลายรายก่อให้เกิดเป็นปัญหาด้านพฤติกรรม เช่น โกหก หรือลักขโมย เพื่อนำเงินที่ได้ไปเล่นเกม

3.ปัญหาในครอบครัวที่พบ คือ ความสัมพันธ์ในบ้านจะเริ่มคลอนแคลน เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง เกิดปัญหาทางอารมณ์ ขาดการใช้เวลาร่วมกัน ห่างเหินกันมากขึ้น  ส่วนปัญหาการเล่นเกมที่กระทบต่อสังคม เราอาจเห็นได้จากตามหน้าหนังสือพิมพ์ เช่น การลักขโมย การใช้หรือซื้อขายยาเสพติดในร้านเกมที่ผิดกฏหมาย การใช้ความรุนแรงที่เลียนแบบจากในเกม เป็นต้น

4.ปัญหาการติดเกม พ่อแม่มีส่วนช่วยได้โดยการฝึกวินัยให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก เช่น ฝึกให้ช่วยงานบ้าน มีกติกาในบ้านที่ชัดเจนและเอาจริงเมื่อลูกทำผิด เป็นต้น นอกจากนี้การสื่อสารเชิงบวก การให้คำชมหรือรางวัลเมื่อลูกทำดี เสริมความภาคภูมิใจในตัวเองให้กับเด็ก การมีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว หรือการมีเวลาที่มีคุณภาพร่วมกัน เป็นส่วนช่วยให้เด็กเติบโตขึ้น โดยมีเกราะป้องกันทางใจไม่ให้หันไปหมกมุ่นอยู่ในโลกของเกมได้ค่ะ  และหากผู้ปกครองจะร่วมกันตั้งกติกาในบ้านแล้ว แนะนำว่าให้เป็นการตั้งกติการ่วมกันระหว่างสมาชิกในบ้าน รวมถึงตัวเด็กๆด้วย เพราะเรายังคงต้องเคารพความคิดเห็นของพวกเขาด้วยเช่นกัน

5.ส่วนกติกาเกี่ยวกับเกมที่แนะนำ คือ ให้พ่อแม่วางคอมพิวเตอร์ไว้ที่ส่วนกลางของบ้าน ในจุดที่มีคนเดินผ่านไปมาได้ เพื่อเห็นว่าเด็กกำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่ในคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้เวลาในการเล่นเกม ในวันธรรมดาไม่ควรเกินวันละ 1 ชั่วโมง วันหยุดไม่ควรเกินวันละ 2 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นโอกาสในการติดเกมจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเลยทีเดียว ปัญหาการติดเกมที่น่ากลัวอีกอย่างคือ การที่เด็กรุ่นใหม่หลายคนที่ติดเกมนี้ ติดอยู่กับเกมที่มักมีเนื้อหาของความรุนแรง ทำให้เกิดเป็นความเคยชิน และเมื่อเวลาผ่านไป เด็กเหล่านี้จะโตขึ้นกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เคยชินกับความรุนแรง และขาดความเห็นอกเห็นใจ ในขณะที่ผู้ใหญ่เริ่มชราลง และกลายเป็นวัยที่ต้องให้เด็กในวันนี้หรือผู้ใหญ่ในอนาคตเลี้ยงดู

6.อีกประการคือการป้องกันดูแล ย่อมง่ายกว่าการซ่อมและสร้างขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้น การที่ผู้ใหญ่มอบความรัก ความเอาใจใส่ ช่วยกันฝึกวินัยให้รู้จักแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ หากิจกรรมทำร่วมกันของสมาชิกทุกคนในครอบครัว และเสริมสร้างให้เด็กเห็นคุณค่าในตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะเป็นเกราะป้องกันให้เด็กๆของคุณห่างไกลจากคำว่า "เด็กติดเกม"  

และสามารถอ่านรายละเอียดของข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.saisawankhayanying.com/s-report/game-balance-life/

 

 

ตอบ:

พ่อแม่ที่มีบุตรหลานติดเกมหนักสามารถพาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ตามรายชื่อนี้ ได้เลย