พ.ย.21

กรณีศึกษา อีกแล้ว!

ช่วงนี้กีฬาสีโรงเรียน  จะมีการซ้อมตอนเย็น  มีนักเรียน สมมุติชื่อ  ด.ช. ผอม  หนีการซ้อมถึงขั้นปีนกำแพง  ครูให้ฉายาว่า พระกระโดดกำแพง  พอจับได้ถามถึงสาเหตุที่ีหนี  ผอมตอบว่า  ไปเล่นเฟซ ครับ  แล้วผอมก็เป็นพระกระโดดกำแพงอีก 2-3 ครั้ง  ครูจับได้อีก  สงสัยจึงให้ทำแบบทดสอบการติดเกมส์  ผลคือ ไม่ติดเกมส์  คงต้องหาสาเหตุต่อไปว่า หนีเพราะอะไร ?

#1 คุณครูเรียกฉายาให้น่ารักจังเล

คุณครูเรียกฉายาให้น่ารักจังเลยค่ะ (ฮา)

แต่เอาเข้าจริงมันก็เป็นเรื่องไม่น่าขำเท่าไหร่หรอกนะคะ ที่น้องเขาต้องกระโดดกำแพงหนีเรียนเพียงเพื่อไปเล่น FB ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว การติดสังคมออนไลน์นั้นมีรายละเอียดที่แตกต่างกับการติดเกมค่ะ เรื่องของสื่อสังคมออนไลน์ จะเป็นเรื่องการเสพติด "ความสัมพันธ์" ในโลกออนไลน์มากกว่า เช่น การได้แชท (Chat) กับคนอื่น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งคนแปลกหน้าหรืออาจจะเป็นคนที่รู้จักอยู่แล้วก็ได้ ขณะที่เกมจะเป็นเรื่องของความสนุกที่ได้เอาชนะ ได้คะแนน ได้แต้ม แต่ที่คล้ายกันคือ เด็กๆต้องการได้รับการยอมรับ และต้องการให้มีคนชี้ให้เขาเห็นคุณค่าในตัวเองค่ะ ซึ่งทั้งสื่อสังคมออนไลน์และเกมต่างตอบโจทย์ตรงนี้ได้เหมือนกัน

นี่ยังไม่นับเรื่องของ "การฝึกวินัย" อย่างที่เราทราบกันดีว่าเกี่ยวข้องกับการควบคุมกำกับตนเองให้รู้หน้าที่ว่าตอนนี้ควรทำหรือไม่ควรทำอะไรนะคะ

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่า เด็กบางคนที่มีความลำบากในการพูดคุยสื่อสารในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น อาจจะเป็นคนที่กลัวการเข้าสังคม หรือขี้อายมากๆ หรือไม่รู้จะเริ่มสร้างสัมพันธภาพกับคนอื่นได้ไง หารใช้สื่อสังคมออนไลน์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เขาสามารถใช้ในการมีโลกของเขาได้ค่ะ เพราะว่าการสร้างสัมพันธ์ในโลกออนไลน์นั้นเป็นอะไรที่ฉาบฉวยได้ ไม่พอใจกันก็กด unfriend หรือสร้างตัวตนใหม่ที่คนอื่นจะยอมรับ เช่นตัวจริงอ้วนมาก ใน FB กลับมีรูปถ่ายตัวเองที่หล่อมาก แปะโชว์อยู่ก็ได้

หวังว่าข้อมูลส่วนนี้จะพอช่วยเหลือคุณครูในการหาสาเหตุของ "พระกระโดดกำแพง" รูปนี้ได้บ้างนะคะ :)

#2 ดีจริงๆเลยครับ ขอบคุณนะครับ

ดีจริงๆเลยครับ ขอบคุณนะครับ