พ.ค.24

แบบไหนส่งผลเสียมากกว่ากัน

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 56  ได้ไปประชุมที่ศิริราช ประเด็นหนึ่งที่คาใจ คือ การให้เด็กเล่นเกมอยู่กับบ้านมีผลเสียเท่ากับการให้เด็กเล่นเกมนอกบ้าน วันนั้นก็เห็นด้วยว่าน่าจะมีผลเสียต่อเด็กไม่ต่างกัน  แต่หลังเปิดภาคเรียนที่ผ่านมา  กลับไม่แน่ใจแล้ว  เพราะเด็กไปเล่นเกมนอกบ้านเด็กพบอะไรๆเยอะแยะ  เป็นต้นว่า  บุหรี  ยาเสพติด  เพื่อนชวนในทางที่ไม่เหมาะสมซึ่งเด็กพร้อมที่ไปได้ทันที   หรือบางคนมีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง  น่าเป็นห่วงจริง  เมื่อวานมีผู้ปกครองมาแจ้งขอลาลูกออกจากโรงเรียน  ถามถึงสาเหตุ  ท่านอ้ำอึ้ง  ถามต่อว่าลูกเล่นเกมวันละกี่ชั่วโมง  ท่านตอบว่า 3 ชั่วโมง  เล่นนอกบ้านด้วย  ในบ้่านไม่มีเกมให้เล่น   บังคับอย่างไรก็ไม่ยอมมาเรียน   สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจจะติดเกม   พอดีเด็กไม่มาโรงเรียนทำให้ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้    สอบถามต่อไปว่าไปเล่นได้อย่างไร  ได้คำตอบว่า  ไม่ได้แต่งชุดนักเรียนไป  ร้านเกมให้เล่น  ฟังแล้วน่าเสียดายอนาคตเด็กจังเลย   นี่ขนาดว่าในบ้านไม่มีเกมให้เล่น  ตอนนี้ไม่แน่ใจแล้วว่าระหว่างเล่นเกมในบ้านมีคนดูแลห่างๆกับเล่นนอกบ้านแบบไหนส่งผลเสียมากกว่ากัน

#1 สวัสดี คุณครูเทียนพร

สวัสดี คุณครูเทียนพร นะคะ

จากการประชุมในวันนั้นเนื้อหา วาระ และมติในที่ประชุมก็เป็นไปตามนั้นค่ะ แต่ส่วนกรณีที่ครูมาเล่าให้ฟังนี้เราต้องแยกประเด็นออกจากกันค่ะ คือ การที่เด็กเล่นเกมอยู่ที่บ้านนั้นมีการควบคุมหรือดูแลให้อยู่ในกฎกติกาที่ตั้งไว้หรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็ควรแก้ไขตามสิ่งที่เกิดขึ้นก่อน เช่น ควรตั้งกฎกติกาที่ชัดเจน ครอบคลุม และเอาจริงเอาจังของพ่อแม่หรือผู้ที่ดูแลเด็กเวลาอยู่ที่บ้าน เป็นต้น แต่หากเด็กมีคนดูแลอยู่ห่างๆและสามารถควบคุมหรือกำชับในการเล่นเกมว่าไม่ให้เกินเวลาที่กำหนดไว้ได้ก็จะไม่เป็นปัญหาค่ะ

ส่วนการเล่นเกมนอกบ้านอาจเป็นผลจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของเด็กที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือคอมพิวเตอร์ที่พร้อมใช้งานอยู่ที่บ้าน หรือต้องการไปกับกลุ่มเพื่อนที่ชอบเล่นเกมเหมือนกัน จึงเลือกที่จะออกไปเล่นเกมข้างนอกตามร้านต่างๆ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบได้ในหลายทางไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภัยสังคม การใช้เงินไปกับการซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นเกมตามร้าน มิจฉาชีพกับกลุ่มเด็กและวัยรุ่น และอื่นๆอีกมากมาย

ดังนั้น ในกรณีนี้เราจึงไม่สามารถสรุปความแบบฟันธงได้ว่าอย่างไหนที่มีผลเสียมากกว่ากัน โดยเราต้องดูจากเหตุการณ์และปัจจัยร่วมกันของเด็กด้วยค่ะ แต่ถึงอย่างไรนั้นทางเราก็ต้องขอขอบพระคุณครูเทียนพรมากนะคะ ที่คอยเข้ามาแชร์ประสบการณ์และเรื่องราวต่างๆที่พบเจอมา ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และตอบโจทย์ให้กับครูได้บ้างนะคะ

นักจิตวิทยาประจำโครงการ HealthyGamer