พ.ค.12

เด็กติดเกมแก้อย่างไร?

ขออนุญาตนำบทความดีๆ ไม่ทราบผู้เขียน แต่ยกเครดิตให้คุณ "เขาแหลม" ผู้ post ไว้ที่http://xchange.teenee.com มานำเสนอครับ เป็นบทความที่เขียนได้ยอดเยี่ยมและเป็นทางออกสำหรับพ่อแม่ที่ลูกกำลังติดเกมได้ดีมากเลยครับ

เด็กติดเกมแก้อย่างไร?

ปัญหาสมัยใหม่ที่พ่อแม่ผู้ปกครอง บางคนต้องประสบก็คือปัญหาเด็กติดเกม ซึ่งปัญหานี้พ่อแม่ผู้ปกครองสมัยเก่าจะไม่เคยพบ เพราะเกมเพิ่งจะมามีเอาเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเกมที่เด็กติดนั้นจะเป็นเกมคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเกมออนไลน์ที่สามารถเล่นพร้อมไปกับคนอื่นที่อยู่ไกลๆกันได้ โดยอาการที่เด็กติดนั้นเด็กจะเล่นเกมติดต่อกันได้นานๆหลายชั่วโมงโดยไม่ยอมหยุด หรือไปทำกิจกรรมอื่นเลย บางทีก็เล่นทั้งคืนจนสว่าง หรือเล่นทั้งวันทั้งคืนจนร่างกายทนไม่ไหวจึงจะหยุดพักผ่อน
ปัญหานี้จะสร้างความเครียด ความปวดหัวให้กับพ่อแม่อย่างที่สุด เด็กที่ติดเกมส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ว่ายาก สอนยาก หรือดื้อรั้น ส่วนมากไม่ค่อยสนใจเรื่องการเรียน หรือเรียนไม่เก่ง เรื่องการงานก็ไม่ค่อยจะสนใจช่วยพ่อแม่ทำ เด็กบางคนใช้เงินที่พ่อแม่ให้ไว้กินขนมไปกับร้านอินเตอร์เน็ตจนหมด เด็กบางคนขดสนบางทีก็สร้างปัญหาเรื่องการลักขโมยขึ้นมาอีก พ่อแม่ส่วนมากจะควบคุมลูกไม่ได้จึงทำให้ลูกติดเกม หรือบางคนจะควบคุมได้แต่ลูกก็แอบหนีไปเล่นจนได้ เคยมีข่าวแม่จับลูกล่ามโซ่เพราะลูกชายแอบขโมยเงินไปเล่นเกม ซึ่งแต่แรกพ่อแม่ก็ไม่เคยคิดว่าเพียงแค่ลูกเล่นเกมนั้นก็ดีเพราะลูกจะได้ไม่ไปไกลหูไกลตา และคิดว่าจะไม่คิดว่าจะเกิดผลเสียขนาดถึงกับทำให้ลูกเสียการเรียนและเสียอนาคตได้ โทษจากการติดเกมนั้นมีทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ซึ่งโทษโดยตรงนั้นก็คือทำให้เสียสุขภาพ คือเด็กจะไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ออกกำลังกาย เพราะเด็กจะนั่งเล่นเกมติดต่อกันนานๆ อีกทั้งยังทำให้เสียเงินทองไม่ว่าจะใช้ซื้อคอมพิวเตอร์มาไว้เล่นเอง หรือไปเช่าร้านเกมเล่นก็ตาม เป็นต้น

ส่วนโทษโดยอ้อมก็คือทำให้เด็กเสียการเรียน เพราะเด็กบางคนไม่ยอมทำการบ้าน ไม่ยอมอ่านหนังสือเมื่อมีเวลาว่าง หรือบางคนก็แอบหนีเรียนไปเล่นเกม และเมื่อการเรียนตกต่ำอนาคตก็ยากที่จะได้ดี เด็กบางคนก็หลอกเอาเงินพ่อแม่ว่าจะใช้เงินในการเรียนแต่กลับเอาเงินนั้นไปเล่นเกม เด็กบางคนก็ต้องถูกจับเพราะลักขโมยเพื่อหาเงินไปเล่นเกม เด็กวัยรุ่นบางคนถึงกับทำร้ายพ่อแม่เพราะพ่อแม่ไม่ให้เงินไปเล่นเกมหรือเด็กบางคนก็ประชดพ่อแม่ที่ไม่ยอมให้เล่นเกมถึงขนาดหนีออกจากบ้านหรือ ไปทำงานที่ไม่ดีเพื่อแลกกับเงิน เช่นขายตัว หรือขายยาเสพติด หรือทำผิดกฎหมายอย่างอื่นก็มี เด็กบางคนก็มีปัญหาทางสังคมเพราะเล่นเกมมากจนไม่มีเพื่อน เคยมีข่าวเด็กวัยรุ่นที่บ้าเกมที่เป็นเกมที่รุนแรง ชนิดยิงกัน ฆ่ากัน ทำร้ายกันแล้วมีปัญหากับคนรักก็เลยใช้อาวุธปืนไปเที่ยวยิงคนอื่นตายก็ยังมี ซึ่งเคยมีข่าวมาแล้วว่าทางประเทศจีนที่ลูกชายฆ่าแม่และทำร้ายพ่อเพราะไม่ยอมให้เงินไปเล่นเกมออนไลน์ เป็นต้น ปัญหาเด็กติดเกมนี้จึงไม่ใช่ปัญหาเล็กๆอย่างที่เราเคยคิดกันมาก่อนจริงๆ แล้วเราจะแก้ปัญหาเด็กติดเกมนี้อย่างไร? ซึ่งปัญหานี้ก็เหมือนกับปัญหาอื่นๆ เช่นปัญหาเด็กติดยาเสพย์ติด ปัญหาเด็กเที่ยวเตร่ยามค่ำคืน ปัญหาเด็กยกพวกตีกัน ปัญหาเด็กผู้หญิงตั้งครรภ์หรือทำแท้ง ปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ที่มันมีสาเหตุใหญ่มาจากสังคมที่เสื่อมทราม เพราะขาดปัญญาและขาดศีลธรรม ผู้คนสมัยนี้แสวงหาความสุขใส่ตัวกันจนลืมนึกถึงว่าความสุขนั้นมันจะนำโทษภัยหรือปัญหามาให้อย่างไรบ้าง การที่เด็กติดเกมก็เพราะการเล่นเกมนั้นมันให้ความสุขสนุกสนานอย่างมาก ผู้ที่สร้างเกมขึ้นมาก็พยายามสร้างเกมที่เด็กชอบ คือเล่นแล้วชอบหรือติดใจอยากเล่นต่อไปเรื่อยๆชนิดที่จะไม่ยอมหยุดจนกว่าร่างกายจะทนไม่ไหว หรือถูกบังคับจริงๆ เกมยิ่งสนุก เด็กก็จะยิ่งติด และก็เลิกได้ยาก เมื่อเล่นเกมนี้เบื่อแล้วก็จะต้องหาเกมที่เล่นแล้วสนุกกว่าเก่ามาเล่นอีกเรื่อยไป การเล่นเกมจึงเหมือนกับการติดยาเสพติดนั่นเอง คือยิ่งเสพก็ยิ่งติดแล้วก็เลิกได้ยาก

ทำไมจึงเลิกเล่นไม่ได้หรือได้ยาก? ก็เพราะมนุษย์เรานั้นชื่นชอบหรือติดใจในความสุขด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเสพความสุขชนิดใดใหม่ๆก็จะเห็นว่าพอใจแค่นั้น แต่พอนานๆเข้าความสุขนั้นก็จะจืดจางลงไปตามกฎของความไม่เที่ยงแท้ของธรรมชาติ แล้วก็จะทำให้เบื่อความสุขนั้น แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะเบื่อไปหมด คือจะทำให้แสวงหาความสุขใหม่ๆที่ให้ความสุขเท่าเดิม หรือส่วนมากจะยิ่งกว่าเดิมจึงจะทำให้พอใจ แล้วก็ไปติดใจในความสุขใหม่ขั้นอีก จึงทำให้เกิดความติดอยู่อย่างนั้นเรื่อยไปยากที่จะละเลิกได้ ถ้าเกิดมีเวลาว่างขึ้นมาเมื่อใด จิตใจมันก็จะเกิดความหิวโหยอยากจะได้เสพความสุขนั้นขึ้นมาอีก ซึ่งก็คือเป็นอาการเบื่อหน่ายไม่อยากทำอะไรนอกจากจะเสพความสุขสนุกสนาน ยิ่งถ้าจำเป็นต้องทำงานหรือเล่าเรียน หรืออ่านหนังสือ หรือถูกบังคับไม่ให้ไปเสพความสุขสนุกสนานนั้นอีกก็จะไม่อยากจะเรียน ไม่อยากทำงาน ไม่อยากอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน ถ้าจำเป็นต้องทำก็ทำอย่างไม่เต็มใจ คือทำด้วยความเบื่อหน่ายทุกข์ทรมานใจ จึงทำให้การเรียน หรือการงานที่ทำไม่ได้ดี ซึ่งการเล่นเกมนั้นก็อยู่ในลักษณะนี้ด้วย

การแก้ปัญหาเด็กติดเกมนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถ้าเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือบังคับไม่ให้เด็กเล่น หรือไม่ให้เงิน หรือไม่ให้มีคอมพิวเตอร์เป็นต้นนั้นยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นตอ เพราะอาจจะใช้ได้เฉพาะกับเด็กบางคนที่ติดไม่มากและพ่อแม่ยังบังคับลูกได้ แต่เด็กที่ติดมามากแล้วและพ่อแม่ก็ไม่เคยบังคับลูกมาก่อนนั้นยากที่จะทำได้ ถ้าถูกบังคับก็อาจะสร้างปัญหาอื่นๆตามมาอีกก็ได้ เช่นเด็กอาจจะประชดชีวิต ไม่ยอมเรียนหนังสือ ไม่ยอมทำงาน หรือทำร้ายตัวเองหรือหนีออกจากบ้าน หรือหาเงินในทางที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น

การแก้ปัญหาเด็กติดเกมนั้นจะต้องแก้กันให้หมดทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว ซึ่งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้นก็ต้องดูความเหมาะสมว่าควรใช้วิธีใดกับเด็กคนใด เช่นบางคนก็อาจใช้การบังคับไม่ให้เล่นเลย หรือบางคนก็อาจจะใช้วิธีกำหนดเวลาเล่นให้น้อยลงและเล่นตามเวลาและก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนด้วยเช่นต้องเรียนได้เกรดดีๆจึงจะให้เล่นเกมมากขึ้น หรือให้เด็กมีความรับผิดชอบในการทำงานเพื่อแลกเปลี่ยนก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้พ่อแม่ก็ค้นหาวิธีการเอาเองได้ และพ่อแม่ก็ต้องใจแข็งอย่าใจอ่อนเด็ดขาด การรักลูกที่ถูกต้องไม่ใช่ว่าจะต้องตามใจลูกไปเสียทุกอย่าง นั่นเป็นความโง่เขลาของพ่อแม่อย่างที่สุด เพราะการตามใจลูกไปเสียหมดทุกอย่างนั้นจะทำให้ลูกเป็นคนมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง แล้วก็จะทำให้ลูกเป็นคนที่เกียจคร้าน ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ดื้อรั้น ไม่มีความรับผิดชอบ เอาแต่สนุกสนาน ไม่ชอบทำงาน ไม่ชอบเรียน เป็นต้น แล้วลูกนั้นก็จะมีอนาคตที่ตกต่ำ หรือเสียคนได้โดยง่าย

ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวนั้นต้องแก้กันหมดทั้งส่วนสังคมและส่วนตัว เช่นสังคมก็ต้องขจัดปัจจัยที่จะทำให้เด็กไปเล่นเกม เช่น ไม่ให้มีร้านเกมในเขตของตน หรือให้ร้านเปิดและปิดอย่างเหมาะสม หรือห้ามเด็กเล่นนานเกิน เป็นต้น ส่วนตัวคือทางบ้านก็ต้องควบคุมเด็กให้เล่นน้อยลง หรือถ้าเป็นไปได้ก็ห้ามเล่นเลย และถ้าเด็กคนใดที่ยังไม่เคยเล่นหรือยังไม่ติดก็ต้องควบคุมอย่างหนักเพื่อไม่ให้ไปติดเพราะถ้าเผลอติดเข้าแล้วจะเลิกได้ยากเหมือนติดยาเสพติด

เมื่อไม่ให้เล่นเกมก็ต้องหากิจกรรมอื่นมาให้เด็กทำแทน ซึ่งพอให้หากิจกรรมมาทำเราก็จะคิดกันแต่ให้ไปเล่นกีฬา ซึ่งมันมีผลน้อยเกินไป และอาจจะสร้างปัญหาใหม่ๆขึ้นมาอีก ซึ่งกิจกรรมที่จะให้ทำนั้นพ่อแม่จะต้องทำเป็นตัวอย่างด้วย ซึ่งกิจกรรมที่ดีที่สุดก็คือ การทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานอาชีพประจำ หรืองานอดิเรก หรือการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมก็ยิ่งดี ข้อนี้สำคัญมาก พ่อแม่จะต้องให้ความรัก ความอบอุ่นกับเด็ก ต้องอยู่กับเด็กอย่างใกล้ชิดให้มากที่สุด อย่าปล่อยให้เด็กไปเล่นไกลหูไกลตาหรือมีอิสระมากเกินไป การปล่อยให้เด็กมีอิสระมากเกินไปตั้งแต่ยังเด็ก แล้วจะมาบังคับตอนโตนั้นจะทำให้เด็กรับไม่ได้ เพราไม่เคยชิน เหมือนกับการใช้งานเด็ก ถ้าหัดใช้งานมาตั้งแต่ยังเล็กทีละเล็กทีละน้อย เมื่อเด็กโตขึ้นก็จะเป็นคนที่ใช้งานง่าย หรือว่าง่าย
สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเสริมสร้างสติปัญญาให้กับเด็ก คือเราต้องรู้จักอบรมสั่งสอนเด็กให้รู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรมีประโยชน์อะไรไม่มีประโยชน์ อะไรมีโทษ อะไรไม่มีโทษ โดยพ่อแม่นั้นจะต้องทำเป็นตัวอย่างให้กับเด็กด้วย ไม่ใช่เอาแต่สอนแต่พ่อแม่กลับไม่ทำเป็นตัวอย่างก็จะไม่ได้ผล ข้อนี้นับว่าสำคัญมาก ซึ่งพ่อแม่บางคนก็ยังทำเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกไม่ได้ ดังนั้นลูกจึงเอาอย่างพ่อแม่ คือเอาแต่พูดดีแต่ทำดีไม่ได้

สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือเรื่องสมาธิหรือความตั้งใจในการคิด การพูด และการทำงาน ถ้าเด็กขาดสมาธิ เด็กก็จะเป็นเด็กเลื่อนลอย พูดอะไรก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจ หรือเข้าใจยาก จึงทำให้เป็นเด็กสอนยากและปัญญาทึบ และเป็นคนไม่รักความสงบ พอให้อยู่เงียบๆก็จะรู้สึกเบื่อหน่ายหรอทรมานใจจนอยู่ไมได้ และเป็นเด็กที่ไม่รู้จักคิด เอาแต่อารมณ์ ซึ่งเรื่องนี้แก้ได้โดยใช้สมาธิ
การฝึกสมาธิก็ต้องเริ่มจากพ่อแม่ที่ต้องฝึกกับลูก หรือสอนลูกและทำเป็นตัวอย่างด้วย เช่นพ่อแม่อาจจะพาลูกไปวัดหรือสถานที่ที่เขาสอนทำสมาธิ หรือแบ่งเวลาในการทำสมาธิเป็นครอบครัวอยู่เสมอๆเป็นประจำวัน การทำสมาธิก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องฝึกนั่งเสมอไป แม้การเล่นเกมที่มีประโยชน์บางอย่างก็ช่วยฝึกทักษะและสมาธิได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นเกมปริศนาอักษรไขว้ หรือเกมต่อคำภาษาอังกฤษ เป็นต้น สุภาษิตโบราณได้กล่าวไว้ว่า “ไม่อ่อนดัดง่าย ไม่แก่ดัดยาก” นี้เป็นคำสอนที่ถูกต้องที่สุด ดังนั้นการฝึกฝนจึงควรฝึกเด็กมาตั้งแต่ยังเล็ก ยิ่งเล็กเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะจิตเด็กยังว่าง ยังสามารถเอาสิ่งที่ดีงามปลูกฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเด็กได้ ถ้าปล่อยให้โตแล้วจะทำได้ยาก เพราะจิตใต้สำนึกมันไม่ยอมรับ มันจะต่อต้าน เหมือนกับเราจะมาสอนเด็กติดเกมเอาตอนโตนี้จะยากกว่าสอนเด็กเล็กๆ จึงขอฝากให้พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายเอาเรื่องนี้ไปใคร่ครวญแล้วช่วยกันอบรมลูกหลานของเราให้เป็นคนดีของสังคมกันต่อไป.

#1 Re: เด็กติดเกมแก้อย่างไร?

ต้องลองถามที่ตัวเด็กดูครับว่า "ชอบเกมนี้เพราะอะไร" ไม่ใช่ถามว่า "ติดเพราะอะไำร" ถ้าถามว่าติดเพราะอะไร มันจะทำให้เด็กสับสนหรืองง(วิ้ง+_+ :? ) เพราะคำถามที่ท่านถามมันกว้างเกินกว่าที่จะตอบ แต่ถ้าหากลองถามว่า ชอบเกมนี้เพราะอะไร เด็กก็จะให้คำตอบซึ่งในจุดนี้ ผู้ปกครองเองก็ต้องยอมรับฟังและค่อยๆแก้ปัญหานะครับ

อย่่างเช่นว่า
ผมชอบเล่น GTA , Fallout , Postal (โหดๆทั้งนั้น :lol: )
พ่อผมก็บอกผมว่ามันเป็นเกมรุนแรงนะ
ผมจึงบอกกับพ่อว่าเกมรุนแรงน่ะ เล่นเพื่อคลายเครียด(ซึ่งในโลกจริงๆทำไม่ได้ :twisted: ) ไม่ใช่ว่าเล่นเพื่อลอกเลียนแบบพฤติกรรม (นั้นหมายความว่าเล่นแบบมีวิจารณญาณหรือมีขอบเขตในการเล่นครับ)

หากถามว่า ติดเพราะอะไร เด็กส่วนมากมักปฏิเสธครับ(รวมทั้งผมด้วย) ผมคิดว่าคำถามน่าจะกว้างเกินไปสำหรับเด็กครับ

ดังนั้นเราควรแก้ไขพฤติกรรมนี้ด้วยความรู้และเข้าใจกับมัน ไม่ใช่แก้ด้วยผลเสียของมันจะดีกว่าครับ :)

ปล.อย่าเพิ่งเรียกผมว่าคุณ puydan นะ ผมอายุแค่ 14 ย่าง 15 เอง -*-

#2 Re: เด็กติดเกมแก้อย่างไร?

เด็กๆที่ชอบเล่นเกมส์คนเดียวนานๆไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกับใคร

ควรหากิจกรรมอย่างอื่นให้เด็กทำ กิจกรรมอื่นๆที่มีส่วนร่วมกันแบบครอบครัว

#3 Re: เด็กติดเกมแก้อย่างไร?

ผู้ปกครองก็ปล่อยให้เด็กๆเล่นเกมโดยคิดว่า ให้เด็กๆเล่นกันอยู่ที่บ้านดีกว่าที่จะปล่อยให้ไปเกเรนอกบ้าน แต่ความจริงแล้วเกมเป็นภัยกว่าที่คิด

#4 Re: เด็กติดเกมแก้อย่างไร?

เขียนได้ดีจริงๆ ครับ ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆ (-/\-)

#5 Re: เด็กติดเกมแก้อย่างไร?

puydan wrote:ต้องลองถามที่ตัวเด็กดูครับว่า "ชอบเกมนี้เพราะอะไร" ไม่ใช่ถามว่า "ติดเพราะอะไำร" ถ้าถามว่าติดเพราะอะไร มันจะทำให้เด็กสับสนหรืองง(วิ้ง+_+ :? ) เพราะคำถามที่ท่านถามมันกว้างเกินกว่าที่จะตอบ แต่ถ้าหากลองถามว่า ชอบเกมนี้เพราะอะไร เด็กก็จะให้คำตอบซึ่งในจุดนี้ ผู้ปกครองเองก็ต้องยอมรับฟังและค่อยๆแก้ปัญหานะครับ

อย่่างเช่นว่า
ผมชอบเล่น GTA , Fallout , Postal (โหดๆทั้งนั้น :lol: )
พ่อผมก็บอกผมว่ามันเป็นเกมรุนแรงนะ
ผมจึงบอกกับพ่อว่าเกมรุนแรงน่ะ เล่นเพื่อคลายเครียด(ซึ่งในโลกจริงๆทำไม่ได้ :twisted: ) ไม่ใช่ว่าเล่นเพื่อลอกเลียนแบบพฤติกรรม (นั้นหมายความว่าเล่นแบบมีวิจารณญาณหรือมีขอบเขตในการเล่นครับ)

หากถามว่า ติดเพราะอะไร เด็กส่วนมากมักปฏิเสธครับ(รวมทั้งผมด้วย) ผมคิดว่าคำถามน่าจะกว้างเกินไปสำหรับเด็กครับ

ดังนั้นเราควรแก้ไขพฤติกรรมนี้ด้วยความรู้และเข้าใจกับมัน ไม่ใช่แก้ด้วยผลเสียของมันจะดีกว่าครับ :)

ปล.อย่าเพิ่งเรียกผมว่าคุณ puydan นะ ผมอายุแค่ 14 ย่าง 15 เอง -*-
แหม...ออกตัวว่าเด็ก แต่ความคิดความอ่านเฉียบขาดจริงๆนะน้อง puydan ดีกว่าความคิดผู้ใหญ่อีกมากมายหลายคน เข้ามาบ่อยๆนะน้อง...