พ.ค.28

'หนุ่ย-พงศ์สุข' เด็กติดเกมสู่ไอทีแมน

ถึงจะเป็นบทสัมภาษณ์เก่าที่ใครหลายคนอาจเคยเห็นผ่านตากันมาแล้ว
แต่เชื่อว่า เรื่องราวดีๆที่เป็นแนวคิด ให้เห็นคนที่สามารถเปลี่ยน "การติดเกม" มาเป็น "การนำเกมมาเป็นพื้นฐานของความเข้าใจในเรื่องไอที" จนประสบความสำเร็จได้นั้น ย่อมเป็นเรื่องราวที่แนบข้อคิดดีๆให้ผู้ที่เล่นเกม รู้จักเล่นเกมอย่าง "สมดุล" เพื่อให้ชีวิต "สมดุล" ด้วยเช่นกัน

เพราะโอกาสในการประสบความสำเร็จ ไม่ได้มาจากการนั่งเฝ้าฝันอยู่หน้าจอคอม/ทีวีเท่านั้น
หากต้องลุกขึ้นมา "สร้างสรรค์" โดยใช้ความสามารถของตนเอง ที่ต้องผ่านการฝึกฝนด้วย

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=archiverequest&contentId=8912

'หนุ่ย-พงศ์สุข' เด็กติดเกมสู่ไอทีแมน

"เมื่อก่อนผมเคยเป็นเด็กติดเกม ผมติดเกมอยู่ 3 ปีช่วงม.3 ม.4 ม.5 ตอนนั้นเป็นเกมแฟมิลี่ ต้องเล่นช่วงเสาร์-อาทิตย์ เพราะแม่มีกฎว่าห้ามเล่นเกมวันธรรมดา ผมเล่นทั้งวันโดยไม่สนใจเรื่องอื่นหรือสิ่งรอบตัวเลย จนพี่ชายต้องซื้อจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ให้เพื่อหันเหความสนใจของผม แล้วก็มาเขียนแปะที่หน้าเครื่องเล่มเกมว่า อยากให้น้องไปดูโลกภายนอก นอกเหนือจากจอวิดีโอเกมบ้าง”

“หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์” เปิดฉากเล่าเรื่องราวในวัยเด็กที่เสพติดเกม โดยที่เขาเองก็ไม่เคยคิดว่า เด็กติดเกมอย่างเขาจะกลายเป็น “ไอทีแมน” อย่างทุกวันนี้

เราคงคุ้นเคยกับหนุ่มหน้าทะเล้นคนนี้ในฐานะพิธีกรรายการเกี่ยวกับไอที รวมไปถึงการรับหน้าที่เป็นพิธีกรตามงานอีเวนต์เปิดตัวและส่งเสริมการขาย สินค้าด้านเทคโนโลยี ด้วยคำพูดคำจาที่ฉะฉาน ลีลาการอธิบายเรื่องยาก ๆ ให้เข้าใจง่าย และสนุกสนาน เรียกได้ว่าหากงานไหนขาดหนุ่ยคงกร่อยไปถนัดใจ เพราะวันนี้เขาคือสัญลักษณ์ของไอทีไปเสียแล้ว

หนุ่ยไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านนี้แต่เป็นเพราะความสนใจส่วนตัว ทำให้เขามีโอกาสปรากฏตัวต่อหน้ากล้องครั้งแรกตอนอยู่ม.6 ด้วยการเป็นพิธีกรในรายการ “แคมปัส ออนแอร์” เป็นรายการที่เน้นเรื่องกิจกรรมของนักศึกษาทางเคเบิลทีวีเล็ก ๆ ในนาม “ไทยสกายทีวี” ก่อนที่รายการจะปิดตัวลงในอีก 2 ปี ตอนนั้นเขาฝันอยากเป็นผู้กำกับโดยได้แรงบันดาลใจจากการดูภาพยนตร์ในยุคนั้น แล้วรู้สึกว่ามันยังทำได้ไม่ดี หนุ่ยเลยตัดสินใจสอบเข้าเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการแสดงและกำกับการแสดง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ขึ้นปี 1 หนุ่ยซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรกจากเงินที่ได้จากการไปแข่งขันประกวดด้านการ แสดงในรายการตัวต่อตัว และเป็นนักศึกษาคนแรกในคณะที่ใช้คอมพิวเตอร์ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตได้ซึ่ง หนุ่ยบอกว่าเป็นความภาคภูมิใจมาก เพราะหลัง จากนั้นก็มีเพื่อนพ้องน้องพี่ในมหาวิทยาลัยมาขอคำแนะนำด้านไอทีไม่ขาดสาย ทำให้เขายิ่งค้นคว้าด้านนี้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการเป็นนักกิจกรรมทำละครเวที ทั้งการเป็นโปรดิว เซอร์ ประชาสัมพันธ์ และนักแสดง

เพราะเป็นคนที่หลงใหลไอทีแต่เรียนการแสดง เขาจึงมักจะเข้าไปตั้งกระทู้พูด คุยเรื่องหนัง เรื่องละครเวทีในอินเทอร์เน็ตโดยใช้นามปากกาว่า “นักเรียนละคร” ข้อเขียน คำวิจารณ์ของหนุ่ยเข้าตาทำให้เขาได้รู้จักผู้มีชื่อเสียงหลาย ๆ คน อาทิ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง พี่ดี้-นิติพงศ์ ห่อนาค ผู้บริหารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่

และโอกาสในการเป็นพิธีกรของหนุ่ยก็เปิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อคนในแวดวงอินเทอร์เน็ตจัดมีตติ้งเล็ก ๆ และชักชวนให้เขาเป็นพิธีกร และงานนั้นทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาเป็นพิธีกรด้านไอทีได้อย่างลงตัวที่สุด จากนั้นไม่ว่าจะจัดกี่งานหนุ่ยก็ผูกขาดการเป็นพิธีกรตลอดมาจนงานหนึ่งเขาได้ รู้จักกับ จอห์น รัตนเวโรจน์ที่สนใจเรื่องเทคโนโลยีเหมือนกันและชักชวนให้ หนุ่ยมาเป็นพิธีกรประจำช่วงรายการ “ไอดีดอตคอม” รายการไอทีรายการใหม่ที่จอห์นกำลังทำอยู่ ความสามารถของหนุ่ยทำให้เขาได้มีโอกาสโชว์เดี่ยวและทำอีกหลากหลายรายการ จนกระทั่งเขาได้มีโอกาส ตั้งบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด เพื่อทำรายการทีวีของตนเอง รวมไปถึงการจัดงานด้านไอทีสำคัญ ๆ ของประเทศอย่าง ไทยแลนด์ เกมโชว์

อย่างที่บอกแล้วว่าหนุ่ยสนใจเรื่องเกมมาตั้งแต่เด็ก เขาคิดและทำเกม “ต้มยำกุ้ง” จนได้รางวัล ไทยแวร์ อวอร์ด สาขาเกมยอดเยี่ยม รวมไปถึงรางวัล TICTA เกมยอดเยี่ยมแห่งปีจากสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย และคิดว่าปัญหาเด็กติดเกม ถึงแม้จะเป็นปัญหาใหญ่ แต่หากส่งเสริมให้ถูกทางก็จะทำให้เด็กค้นพบศักยภาพในตัวเองได้

“ตอนนี้เราห้ามเด็กเล่นเกมไม่ได้ ปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว ผู้ใหญ่จึงมีหน้าที่แนะนำเกมดี ๆ ให้กับเขา ผมร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมจัดนิทรรศการ “เกมดี” ซึ่งจะช่วยให้เด็กเข้าใจที่จะเลือกเกม ดี ๆ เล่นมากกว่าเกมที่ส่อถึงความรุนแรงหรืออนาจาร โดยในวันที่ 24-25 ก.ค. นี้ก็จะนำนิทรรศการเกมดีสัญจรไปที่เชียงใหม่ และวันที่ 1-2 ส.ค. ก็จะไปที่ม.สงขลานครินทร์ รวมไปถึงการระดมความคิดเห็นเพื่อจัดเรตติ้งเกมด้วย”

หนุ่ยยังฝากถึงน้อง ๆ ที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นเกมว่า ในวันนี้เราอาจเป็นแค่เด็กติดเกม แต่หากเราเอาจริงเอาจังกับ มัน ไม่ใช่แค่การเล่น แต่พัฒนาตนเองให้รอบรู้ทุกด้านเกี่ยวกับเกม อนาคตเราอาจเป็นผู้ผลิตและสร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง.