ก.ย.8

สิ่งที่ทำพลาดไปใน 6 ปี (การเสพติดเกมส์ออนไลน์)

การเล่นเกมส์มันช่วยให้ ความเพลิดเพลินได้ก็จริง แต่ถ้าเสพติดกับมันไปแล้วนั้น การที่จะเลิกเล่นเกมส์มันยากมาก สังคมทุกๆเกมส์จะมีเหมือนกันหมด คือ

1. จะเจอเพื่อน คนรัก อาจจะมีเพื่อนแท้ หรือเพื่อนไม่แท้ ก็ค้นหาได้ในโลกของเกมส์ออนไลน์

2. เปลืองเงิน .. ข้อนี้สำหรับบางคนก็จะมองว่า บ้านกูรวย ไม่สนใจ แต่ถ้าคนที่มองนอกกรอบได้ ก็จะนำเงินที่เติมเกมส์เหล่านั้นไปทำอะไรที่มันมีค่าได้อีกเยอะ

3.ทะเลาะ กัน นัดเจอกันนอกเกมส์ ... กรณีแรก อาจจะมีทะเลาะกันในเกมส์ ไม่พอใจกัน หรือมีปัญหาอะไรสักอย่าง ก็จะเคลียร์กันในเกมส์ไม่ได้ ต้องนัดเจอกันนอกเกมส์ ประมาณว่าโชว์พาว กูเก่ง กูเก๋า กูไม่กลัวใคร (แต่ถ้ามึงเป็นอะไรไป คนที่เสียใจคือใคร ? เคยคิดมั่งหรือป่าว) ส่วนกรณีที่สอง นัดเจอกันนอกเกมส์ตามประสาคู่รัก คุยกันในเกมส์ อีกหน่อยก็คุย msn ต่อมาอีกก็ขอเบอร์โทรศัพท์คุยกัน ถูกใจถูกสเป็ค ก็นัดเจอกัน เจอคนที่ดีก็ดีไป ! แต่ถ้าเจอไม่ดี ก็ตัวใครตัวมันละงานนี้ !

4. เราจะลืมมองรอบๆตัวเราว่ามีสิ่งอะไรดีๆอยู่บ้าง เราจะคิดแค่ว่าโลกในเกมส์ออนไลน์นั้นเป็นโลกที่เราอยู่จริงๆ เป็นโลกที่เราอยู่แล้วมีความสุข พอเราออนไลน์เข้าไปก็เจอแต่เพื่อนดีๆ เจอแฟน เจอคนรัก เราก็เลยมองว่ามันเป็นความสุข แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย มันเป็นแค่ความคิดส่วนหนึ่งในหัวสมองเราเท่านั้น แล้วถ้าคุณคิดได้ คุณก็จะรู้ว่า สิ่งที่คุณคิดนั้นมันไร้สาระมาก

5. ลองคิดดูดีๆสิ ตัวละครในเกมส์ กับตัวตนเราจริงๆ มันต่างกันมาก หน้าตา ทรงผม ทุกๆอย่าง อย่าคิดว่าเรา สวย หล่อ เหมือนตัวละครในเกมส์ อย่าคิดว่าตัวละครในเกมส์คือตัวเรา ~

6. วันๆไม่ทำอะไร ออนเกมส์ทิ้งไว้ เล่นเกมส์ ตอบปัญหาที่เว็ปเกมส์ แคลน กิลด์ คลับ ด่ากันไปด่ากันมา เข้าพ่อแม่ตัวเองหมด (จะมีบางจำพวกที่ชอบด่าพ่อล่อแม่)

7. ร่างกายเริ่มโทรม ขอบตาดำ เพราะนอนดึก บางรายไม่กินข้าวเพื่อนั่งกดเกมสฺ์ก็มี แล้วลองมองลึกมากไปกว่านั้น ไปนั่งเล่นร้านเกมส์ทีไร เจอแต่เด็กตัวกะเปี๊ยก อนุบาล 1 ยังมี มานั่งเล่นเกมส์งี้ สงสัยมาตลอดว่ามันเอาเงินที่ไหนมานั่งเล่นเกมส์ บางทีมันเล่นนานกว่าเราอีกนะ สงสารพ่อแม่เด็กจริงๆ

8. เล่นเกมส์มากไปจนไม่สนใจคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครอบครัว คนรัก หรือแฟน มีกรณีเลิกกับแฟนเพราะติดเกมส์บ่อยๆ ก็มี (เราเจอหนักกว่า แฟนเก่าเรามันแอบไปเป็นชู้กันในเกมส์ แอบคุยโทรศัพท์กัน ซะงั้น สรุป เราก็เลยต้องเลิกกัน เพราะใครไม่รู้คนนึงที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน ไม่เคยนัดเจอ ไม่เห็นหน้าตาจริงๆ มันช่างไร้สาระดีจริงๆ )

9. เสียเวลาเรียน เสียเวลาทำงาน บางคนโดดเรียนไปเล่นเกมส์ บางคนหยุดงานไปเล่นเกมส์ มันคุ้มกันไหม ? ถ้าคิดว่าคุ้มก็เชิญทำต่อไป ~

10. ภาษาไทยวิบัติ เจอเยอะมาก (เมื่อก่อนเราก็เป็น แต่เดี๋ยวนี้ต้องมานั่งฝึกพิมพ์ใหม่หมด T^T)

11. ใครเลิกเล่นได้มันก็เป็นผลดีกับตัวเรา ใครที่เลิกไม่ได้ ก็ขอให้ลดๆลงหน่อย ลองย้อนกลับไปอ่าน ข้อ 1 - 10 แล้วลองคิดดู ถ้าไม่ตรงข้อไหน ก็แสดงความคิดเห็นได้ เปิดใจรับฟังเสมอ

เลิกหลอกตัวเอง แล้วหันมามองโลกแห่งความจริงกันเถอะครับ มันไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไปหรอก เรายังทำอะไรได้อีกเยอะ

พอแค่นี้ก่อนละกัน มันมีอีกเยอะ แต่คิดไม่ออก ไว้คิดออกจะมาต่อใหม่^^

ขอบคุณที่อ่านครับ แล้วก็ขอขอบคุณผู้หญิงคนนึงที่ทำให้เราเลิกเล่นเกมส์ออนไลน์ได้? ^^

(ส่วน เธอคนนั้น เทอก็ยังคงจมปลักกะโลกเกมส์ออนไลน์ โลกแห่งการทะเลาะ โลกแห่งการโชว์พาว ต่อไป) สุดท้ายแล้ว มันก็คือความว่างเปล่า เท่านั้นเอง

เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเองครับ เขียนบทความนี้ขึ้นมาเอง ไม่ได้ก๊อปปี้ มาครับ ^^

#1 Re: สิ่งที่ทำพลาดไปใน 6 ปี (การเสพติดเกมส์ออนไลน์)

เนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนไป ยุคนี้เป็นยุคของเทคโนโลยี เด็กรุ่นใหม่เติมโตมาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นเราจะไปห้ามไม่ให้เด็กเล่นเกมแล้วหันไปเล่นอะไรเหมือนคนยุคเก่าอย่าง เล่นซ่อนหา, ม้าก้านกล้วย, โดดยาง, เป่ากบ คงเป็นไปไม่ได้ ปัญหาก็คือ เล่นเกมอย่างไรถึงจะไม่(เสพ)ติด

การที่คุณ nothing ออกมายอมรับว่าเคยทำผิดพลาดไป 6 ปี ตามความคิดผมแล้วไม่ถึงกับผิดพลาดหรอกครับ เกมก็เหมือนกับสื่อบันเทิงอื่นๆทั่วไปครับคือ มีทั้งคุณ และโทษ อยู่ที่การเลือกบริโภคอย่างเหมาะสม ในกรณีของเกมออนไลน์นั้น ผู้ออกแบบเกมเข้าใจถึงความต้องการของเหล่าเกมเมอร์เป็นอย่างดี จึงได้สร้างเกมที่สนุกสนานเพลิดเพลินจนทำให้เกมเมอร์ทั้งหลายติดกันงอมแงมอย่างที่เห็นๆกันอยู่เนี่ยแหละครับ ;)

ถ้าคุณ nothing สามารถควมคุมตนเองได้ มีความรับผิดชอบ เล่นเกมแต่พอดี ไม่กระทบต่อการเรียน การงาน การเงิน สุขภาพ และไม่หลงลืมไปว่าสิ่งที่ปรากฏในเกมมันก็แค่โลกจำลอง ผมว่าจะเล่นนิดๆหน่อยๆเพื่อความสนุกสนานก็คงไม่เป็นไรครับ หลายคนที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ IT ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากการเล่นเกมเนี่ยแหละครับ แต่ก็อย่างที่คุณ nothing กล่าวคือ หากเราไม่ได้เล่นเกม เราสามารถเอาเวลา(และเงิน)ไปทำกิจกรรมทางเลือกอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้อีกมากมายครับ

อย่างไรก็ตาม ขอแสดงความยินดีด้วยที่ตอนนี้คุณ nothing ไม่ติดเกมแล้ว(หรือเปล่า? :lol: ) และขอขอบคุณที่นำประสบการณ์มาแบ่งปันกันครับ

#2 Re: สิ่งที่ทำพลาดไปใน 6 ปี (การเสพติดเกมส์ออนไลน์)

ไม่เล่นแล้วครับ เลิกเล่นเกมส์ขาดเลย พอเลิกเล่นเกมส์ได้ชีวิตมีอะไรดีๆเข้ามาเยอะแยะ อยากได้อะไรก็ได้ มีเงินใช้ชื้อนู่นชื้อนี่ มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เพื่อนกลับมาสนิทกันเหมือนเดิม ไปเที่ยวกันบ่อยขึ้น ทานข้าว ชีวิตมีความสุขมากขึ้นครับ
เปิดคอมก็แค่ฟังเพลง อ่านข่าว ตามประสานู่นนี่ ไม่ได้เล่นตลอดทั้งวันทั้งคืนเหมือนเมื่อก่วนแล้วครับ

#3 Re: สิ่งที่ทำพลาดไปใน 6 ปี (การเสพติดเกมส์ออนไลน์)

ขอบคุณคุณ nothing มากครับที่มา share ประสบการณ์ของตัวเองเพื่อเป็นอุทธาหรณ์ให้เยาวชน น้องๆที่กำลังจะเข้าสู่วัฏจักรการติดเกม

อยากรู้ต่ออีกครับ ว่าคุณ nothing ทำยังไงถึงเลิกเล่นเกมได้ ช่วยแบ่งปันเทคนิคดีๆที่ใช้ตอนนั้นได้มั้ยครับ

#4 Re: สิ่งที่ทำพลาดไปใน 6 ปี (การเสพติดเกมส์ออนไลน์)

ก็ไม่มีอะไรมากครับ เท่าที่ทำมาก็มี
1.เล่นดนตรีครับ เลือกอะไรสักอย่างก็ได้ที่เราชอบ ชอบจริงๆ ผมเลือกหัดเล่นกีตาร์ครับ แล้วก็เรียนจริงจังกับมันเลย ไม่ใช่เล่นแปปเดียวแล้วก็เลิก คือต้องใส่ใจกับมันทุกๆอย่าง
2.ออกไปเที่ยวกับเพื่อน ไปทานข้าว พูดคุย อะไรก็ได้ครับ แต่ขอให้มีเพื่อนไปด้วย แค่อยู่กับเพื่อนมันก็มีความสุขแล้ว
3.ลดเวลาเปิดคอมให้น้อยลง ลองหันไปอ่านเว็ปที่ชื่นชอบ เช่น ฟังเพลง เว็ปฟุตบอลทีมโปรด เว็ปข่าว ซุปซิืบดารา อะไรก็ว่าไป
4.ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ เตะบอล จะทำกิจกรรมกับครอบครัว หรือ กับเพื่อนก็ได้ครับ
5.ลองหาแฟนสักคน คนดีๆสักคนที่เขานิสัยดี ไม่ต้องเอาแบบแฟนในเกมส์นะ เอาแฟนข้างนอกนี่แหละ ตัวเป็นๆจับต้องได้ และเราก็เอาเวลาบางส่วนไปคอยดูแล เทคแคร์แฟน มันดีกว่ามานั่งติดเกมส์นิดหน่อย

ประมาณนี้แหละครับ พอดีผมไม่มีค่อยมีเวลาพิม ไว้เดี๋ยวว่างๆจะมาต่อให้อีก

ถ้าผู้ใหญ่อย่างเราๆอ่านแล้วมันก็จะเข้าใจง่าย แต่ถ้าเป็นเด็ก ยังคิดไม่เป็นผู้ปกครองก็ควรช่วยใส่ใจลูกหลาน นิดนึงนะครับ

#5 Re: สิ่งที่ทำพลาดไปใน 6 ปี (การเสพติดเกมส์ออนไลน์)

ขอถามหน่อยนะคะ

ถ้าวัยรุ่นอายุ 22 ล่ะคะ ติดเกมและไม่ยอมรับว่าตัวเองติด แต่เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับเกมค่ะ ทำอย่างไรดีคะ?

#6 ขอให้ชื่อหัวข้อว่า

ขอให้ชื่อหัวข้อว่า ทางออกของเด็กติดเกมคนหนึ่ง
มีนักเรียนที่ติดเกมจนเสียการเรียนต้องออกกลางคัน ซึ่งกว่าจะถึงขั้นนี้ได้ ครูกับผู้ปกครองก็มีมนุษย์สัมพันธ์อันดีต่อกันเรียบร้อยโรงเรียนเกมแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ไปพบเด็๋กคนนี้ ทั้งนักเรียนและครูยังจำกันได้ทั้งที่ไม่พบกันเกือบ 2 ปีแล้ว เด็กคนนี้วิ่งมาทัก บอกว่าเดี๋ยวนี้ผมทำงานแล้วครับ เหรอๆ เธอทำงานอะไรล่ะ เฝ้าร้านเกมครับ ! ลองนึกภาพดูซิคะว่าถ้าท่านเป็นครู ท่านจะรู้สึกอย่างไร พอดีผู้ปกครองอยู่ไม่ไกลจากนั่นมากนัก ว่าแล้วครูก็ไปติดตามถามไถ่ความก้าวหน้า ผู้ปกคองตอบว่า ก็เหมือนเดิมแหละอาจารย์ นี่ก็ว่าจะให้เขาเรียนต่อในปีหน้า ครูจึงแนะนำไปว่า ให้ย้ายโรงเรียนอย่าเรียนที่เดิม บอกโรงเรียนใหม่ว่า ต้องการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม และเด็กอายเพื่อน เนื่องจากเพื่อนรุ่นเดียวกันอยู่ชั้นสูงขึ้นมากแล้ว โรงเรียนใหม่ที่แนะนำนี้อยู่ในซอยลึก แต่ไม่แน่ใจว่าแถวนั้นมีร้านเกมให้ทดสอบพลังใจเด็กอีกรึเปล่า งานนี้ตอบได้ว่า
โปรดติดตามตอนต่อไป 555