พ.ย.13

วัยรุ่นติดเกม?

สวัสดีค่ะ

เนื่องจากได้เจอรายการทีวีรายการหนึ่งจากช่อง TPBS เป็นรายการเด็กติดเกม แล้วได้รับคำปรึกษาจากคุณหมอชาญวิทย์ พรนภดล ก็เกิดความสนใจอยากจะรบกวนจึงมาเสิร์ทหาในเน็ตค่ะ

ปัญหามีอยู่ว่า....

ลูกชายอายุจะครบ 22 ปลายปีนี้ค่ะ กำลังเรียนอยู่ปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง มีปัญหาไม่ยอมไปเรียนต่อตั้งแต่ตอนต้นปี53 ประมาณเดือนก.พ.แล้วค่ะ ก็ได้คุยกันจนกลับเข้าไปเรียนจนผ่านมาถึงปี 4 เรียนไปประมาณ 2 เดือนเกิดปัญหาเดิมอีก คุยกันเค้าบอกเหตุผลเดิมคือ ต้องการเปลี่ยนสายการเรียนใหม่ เพราะที่เรียนมานี้ไม่ใช่ในสิ่งที่เค้าต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่เค้ารัก แต่ที่ผ่านมาเค้าเรียนมาได้เกรดเยอะพอสมควรค่ะ มีความรับผิดชอบมาก เป็นประธานเอกวิชาที่เค้าเรียนตั้งแต่ปี1-2 และช่วยทำงานในสโมสรนักศึกษาคณะที่เรียนด้วย ไปฝีกเต้นและรวมตัวกันตั้งวงเต้น COVER เกาหลี แข่งได้รับรางวัลมาค่อนข้างเยอะ มีแฟนคลับมากมาย ช่วงปี2 ปี2 เค้าบอกว่าเค้ามีความสุขในการเรียน มีความอยากที่จะทำอะไรหลาย ๆ อย่างจนมีความรู้สึกว่าจะทำไม่ทัน ชอบเล่นกีต้าร์ เพื่อน ๆ เคยให้ไปเล่นแทนคนที่ขาดในผับเป็นบางครั้ง

สมัยเรียนมัธยม เล่นกีฬา เป็นนักกีฬาตัวแทนยุวชน, เยาวชนแห่งประเทศไทย ตัวแทนจังหวัด,ตัวแทนเขต

ก่อนที่จะสอบแอดมิชชั่นก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนพิเศษมาตั้งแต่ ม.4- ม.6 ได้คณะที่ต้องการ (เรียนมาทางสายวิทย์ค่ะ) และเป็นเด็กที่อยู่หอพักนะคะ เพราะโรงเรียนสมัยมัธยมนั้นเป็นโรงเรียนประจำค่ะ

เนื่องจากมีลูกชาย 2 คน คนนี้เป็นคนโตค่ะ สมัยเรียนมัธยมเค้าทั้ง 2 จะมีความรับผิดชอบต่อตนเองสูง มีความมั่นใจในตนเอง ช่วยเหลืองานกิจกรรมในโรงเรียนตลอด ครูและเพื่อน ๆ ก็มีความรักต่อกันดี

กรณีการติดเกมนี้...คิดว่าเป็นเหตุสุดท้ายค่ะ!

แต่ตอนนี้ปี4 เทอมแรกเหลืออีก 6 สัปดาห์จะสอบอยู่แล้วแต่ไม่ยอมไปเรียน ต้องพาไปดรอปเรียน คณบดีคณะฯ เรียกไปพบเพื่อคุย ก็ไม่ไป สุดท้ายจนกระทั่งเกรดจะออก อาจารย์ที่ปรึกษาโทรหาคุณแม่ว่าลูกชายไปยอมไปดรอป จนเกรดออกมาติดหมดทุกวิชา...

พอเทอม 2 รอจนวันสุดท้ายของการไปรักษาสภาพนักศึกษา เค้าถึงยอมไปทำช้วงบ่ายซึ่งก็เกือบจะหมดเวลาทำงานราชการพอดี ปกติเค้าไม่ใช่เป็นคนแบบนี้เลย

เค้ามีเพื่อนรักที่เรียนอยู่ด้วยกัน ก็จะคอยติดตามดูและส่งข่าวให้แม่อยู่บ่อย ๆ ก็ได้แนะนำว่าให้แม่พาเค้าไปหาคุณหมอที่เป็นนักจิตวิทยา ซึ่งแม่ก็อยู่ต่างจังหวัดก็ไม่ทราบว่าที่ไหน บังเอิญเปิดทีวีเจอคุณหมอชาญวิทย์ ก็เกิดความสงสัยในเคสของลูกชาย ตอนนี้คุณแม่กำลังจะไปรับเค้าจากกรุงเทพฯ ให้กลับมาบ้าน เนื่องจากตอนนี้เค้าว่างไม่ได้ทำอะไร (จริง ๆ แล้วเค้าต้องการจะหางานทำเพื่อเก็บเงินที่ค่อนข้างสูงในการที่เค้าจะไปเรียนในสิ่งที่เค้ารัก คุณแม่ได้ตั้งเงื่อนไขให้เค้าไว้ว่า ถ้าเรียนจบรับปริญญา ก็จะให้เรียนต่อในที่ที่อยากเรียนทันที แต่เค้าบอกว่าตอนนี้เค้าไม่อยากเรียนคณะวิชาฯ ที่เค้าเรียนอยู่อีกแล้ว เรียนไปมันก็ไม่เข้าหัวแล้ว)

ก็อยากจะเรียนปรึกษาคุณหมอค่ะ จริง ๆ แล้วอยากจะนำตัวเค้าไปคุยกับคุณหมอด้วยค่ะ

ตั้งใจไว้ว่ารับเค้ากลับมาบ้านแล้ว จะขอให้เค้าบวชพระให้ค่ะ

ขอบพระคุณมากนะคะ

#1 Re: วัยรุ่นติดเกม?

เพิ่มเติมนะคะ

ตอนที่เกิดเหตุการณ์นั้นก็มีการพูดคุยกันเยอะพอสมควรค่ะ การเล่นเกมนั้นเนื่องจากที่ผ่านมาเค้าคุมตัวเองได้มาตลอดค่ะ แต่ตอนนี้อาการคือการที่ไม่มีอะไรทำ ทำให้เล่นเกมอยู่ในห้องพักค่ะเล่นทั้งคืน ตอนกลางวันคือนอนค่ะ ยังไม่ยอมกลับบ้านทึ่ ตจว.

#2 Re: วัยรุ่นติดเกม?

สวัสดีครับ ผมนาย kozilla เป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ครับผม :)

สำหรับปัญหาของน้องนี้ หนทางแก้ไขในเชิงจิตวิทยานั้น ทีมนักจิตวิทยาของเราจะช่วยเข้ามาตอบคำถามของคุณแม่ให้นะครับ แต่สำหรับผมนั้น ขอแสดงความเห็นตามประสบการณ์ที่เจอมานะครับ

เนื่องจากน้องต้องจากบ้านมาอยู่หอพัก ต้องอยู่ห่างจากผู้ปกครอง ดังนั้น จึงมีความเป็นอิสระค่อนข้างสูง วันไหนเบื่อๆ นึกไม่อยากเรียนก็ไม่เข้า เพราะไม่มีใครคอยห้ามปราม และเพื่อนๆ ก็คงช่วยอะไรได้ไม่มาก ในช่วงการเรียนปีแรกๆ ที่ยังไม่มีปัญหาคงเป็นเพราะว่ายังสนุกกับกิจกรรมต่างๆ และวิชาที่เรียนก็ยังไม่ยากมากนัก ถึงแม้จะเริ่มรู้สึกไม่ชอบทางสายอาชีพที่เรียนแต่ก็ยังพอสู้ไหว แต่พอถึงชั้นปี4 วิชาที่เรียนก็ยากขึ้น ไหนจะต้องทำโปรเจคจบ ทำวิทยานิพนธ์อีก ด้วยความที่ไม่ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ยิ่งรู้สึกว่ามันช่างน่าอึดอัด ทรมาน สมองไม่อยากรับรู้เรื่องใดๆ ทั้งสิ้นอีกแล้ว อยากจะทิ้งไปให้หมด อยากจะเริ่มต้นใหม่ แต่การเริ่มต้นใหม่ไม่ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆ ไหนจะเรื่องเวลาที่เสียไป ไหนจะค่าใช้จ่าย แถมยังไม่รู้จะบอกกับคุณพ่อ คุณแม่ ที่บ้านว่ายังไง ฯลฯ ทำให้รู้สึกว่าตนเองแปลกแยกจากกลุ่มเพื่อน (ที่เรียนด้วยกันและกำลังจะเรียนจบ) รู้สึกเป็นคนไม่มีคุณค่า ขาดความนับถือตนเอง จึงทำไม่อยากเข้าชั้นเรียน และไม่อยากสู้หน้าอาจารย์ที่ต้องทวงถามถึงการขาดเรียน ทั้งหลายทั้งมวลนี้ สุดท้ายแล้ว สถานที่ๆ จะช่วยให้เค้าสงบจิต สงบใจลงได้ก็คือในห้องพักส่วนตัว และทางออกเพื่อให้ลืมปัญหาจากโลกแห่งความเป็นจริงได้ทางหนึ่งก็คือ การเล่นเกม

สรุปก็คือ ไม่ใช่การเล่นเกมที่ทำให้ไม่อยากไปเรียน แต่หนีปัญหาจากการเรียนด้วยการเล่นเกม

และเนื่องจากช่วงนี้ดรอปเรื่องเรียนเอาไว้ จึงมีเวลาว่างมาก ส่วนกิจกรรมอย่างอื่นที่เคยชอบทำทั้งการเต้น cover และการเล่นดนตรีถึงแม้ว่านึกอยากทำ แต่ก็ไม่มีโอกาสจะได้ทำเพราะว่ามันต้องซ้อมกันเป็นทีม ในขณะที่เพื่อนคนอื่นไม่ว่างซ้อมกัน (ไม่เหมือนเกมที่แค่เปิดคอมปุ๊บ ก็เล่นได้ปั๊บ) ซึ่งถ้าปล่อยให้น้องเล่นเกมเป็นเวลานานต่อไปเรื่อยๆ จะเกิดปัญหากลายเป็นเด็กติดเกมได้ครับ

ผมเห็นด้วยครับที่คุณแม่จะรับเค้ากลับไปที่บ้านเพื่อสงบจิตใจ หากน้องเต็มใจบวชพระตามที่คุณแม่ขอก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าหากน้องไม่อยากบวช คุณแม่ลองหากิจกรรมอะไรอย่างอื่นให้เค้าทำเช่น ช่วยงานที่บ้าน หรือกิจกรรมอะไรที่เค้าเคยชอบทำมาก่อน เช่น กีฬา, ดนตรี ฯลฯ เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า อย่าปล่อยให้น้องอยู่บ้านเฉยๆ

และอย่าลืมให้เค้าเตรียมหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่เค้าอยากทำว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง (เขียนออกมาเป็นข้อๆ ให้ชัดเจนว่าต้องทำอะไรก่อน-หลัง) ให้เค้าเตรียมตัวเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้เค้ารู้สึกว่าชีวิตมีเป้าหมาย มีกำลังใจที่จะสู้ต่อ เพื่อที่ว่าหลังจากกลับไปเรียนที่คณะเดิมให้จบแล้ว จะได้พร้อมก้าวสู่คณะใหม่ที่อยากเรียนได้ทันที ยังไงก็ต้องกลับไปเรียนให้จบนะครับ เพราะอย่างน้อยถ้าหากไปสอบเข้าคณะใหม่ พวกวิชาพื้นฐานต่างๆ อาจเทียบโอนหน่วยกิจได้ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้ตั้งเยอะ เรื่องนี้ผมแนะนำว่าให้คุณแม่หาโอกาสคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาของน้องด้วยครับว่า เมื่อน้องกลับไปเรียนอีกครั้งจะต้องทำอย่างไร

ส่วนเรื่องการเล่นเกมคุณแม่คงต้องเปิดอกคุยกับน้องและสร้างกฏกติการ่วมกันที่ชัดเจนครับว่า จะอนุญาตให้เล่นได้วันละไม่เกินกี่ชั่วโมง (แนะนำว่าไม่ควรเกิน 1-2 ชั่วโมง) หากทำผิดกติกาต้องได้รับบทลงโทษ แต่ถ้าหากรักษากติกาคุณแม่ก็ต้องชมเชยและให้กำลังใจด้วยครับ

ผมว่า น้องอายุ 22 แล้ว มีวุฒิภาวะเพียงพอ และยังเคยเด็กที่เล่นกีฬาและทำกิจกรรมมาก่อน คิดว่ายังคงไม่สายเกินไปที่จะแก้ไข ขอส่งกำลังใจให้คุณแม่เยอะๆ เลยครับ :)

#3 Re: วัยรุ่นติดเกม?

ขอบคุณมากนะคะ คุณ kozilla ที่ช่วยให้คำแนะนำค่ะ

เรื่องการที่เค้าจะกลับไปเรียนต่อนั้น เค้าเคยบอกไว้แล้วว่าจะไม่ไปเรียนที่คณะนี้อีกแล้ว เป็นสาขาที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการค่ะ เค้าบอกว่าใบปริญญาไม่มีความหมายสำหรับเค้า สิ่งที่เค้าเรียนนั้นเค้ามีความรู้แล้วไม่จำเป็นต้องเรียนให้จบปริญญาก็ได้ เค้าหาหนังสือเกี่ยวกับโภชนาการอ่านเองได้ ส่วนสาขาใหม่ที่เค้าชอบคือาชีพเชฟ ซึ่งต้องเรียนตามสถาบันที่มีชื่อเสียง เค้าหาข้อมูลมานานมากแล้วเป็นปีค่ะ

จริง ๆ แล้วคุณแม่ก็ไม่ได้ห้ามเค้าเรื่องเรียนเชฟหรอกนะคะ กลับสนับสนุนเค้าด้วยค่ะ แต่มีข้อตกลงกันว่าถ้าเรียนจบปริญญาเมื่อไหร่ ยังไม่อยากทำงาน จะเรียนต่อด้านเชฟนั้นก็ได้ เค้าเพิ่งมาตัดสินใจตอนอยู่ปี 3 เทอมที่ 2 ซึ่งก็มีปัญหามาครั้งนึงแล้วค่ะ ช่วงนั้นเค้าป่วยนอนอยู่ห้องพักคนเดียว เค้ามีโรคประจำดัวคือโรคหอบหืด แต่ก็ไม่ได้เป็นมานานมากเกือบ 10 ปีแล้วค่ะ เค้าบอกว่าเค้าหายใจไม่ออกเกือบตายอยู่คนเดียว โทรศัพท์ก็หายหาไม่เจอโทรบอกใครก็ไม่ได้ คุณแม่ก็ไม่ทราบค่ะ เค้ามีความคิดแวบ! เข้ามาว่า "ถ้าเค้าตายเค้ายังไม่ได้ทำในสิ่งที่เค้ารักเลย เพราะฉะนั้น ต้องรีบทำ" หลังจากหายป่วย...เค้าก็ไม่ไปเรียนอีก ขาดเรียนไปประมาณ 2 สัปดาห์ อาจารย์ที่ปรึกษาก็โทร.มาบอกคุณแม่...พอทราบก็ตกใจมาก! เพราะปกติเค้าจะไม่เคยเป็นแบบนี้ เป็นคนมีความรับผิดชอบมาก ๆ มีความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองทำหลาย ๆ อย่าง

หลังจากเคลียร์กันแล้ว เค้าก็รับปากว่าจะกลับไปเรียนต่อให้จบเพื่อไปเรียนเชฟต่อ เหตุการณ์ก็ปกติค่ะ พอปี 4 เทอม1 เค้าก็ไปเรียนปกติ อยู่ ๆ เหตุการณ์เดิมก็เกิดอีก คือขาดเรียน....ตอนปลาย ๆ เทอม 1

พรุ่งนี้ ศ.19/11/53 จะเข้าไปรับเค้ากลับบ้านค่ะ แล้วให้เค้าเจอกับน้องชายเค้า เผื่อว่าการที่เค้าพี่น้องกันอาจจะคุยกันเข้าใจมากขึ้น อะไร ๆ อาจจะดีขึ้น ซึ่งคุณแม่ก็คาดหวังไว้ค่ะ ตอนนี้ก็อยากให้เค้าบวชพระค่ะ เพราะทั้ง 2 คนเค้าเคยบวชเณรมา 2 ครั้งแล้วค่ะ น้องชายเค้าก็อยากให้พี่ชายบวชค่ะ เค้าจะได้สงบจิตสงบใจคิดอะไรได้ดีขึ้น

ต้องขอขอบพระคุณมากนะคะ ที่ให้กำลังใจค่ะ แล้วจะส่งข่าวให้ทราบนะคะ

#4 Re: วัยรุ่นติดเกม?

สวัสดีค่ะ,

ดิฉัน aSaRa เป็นหนึ่งในทีมนักจิตวิทยาที่คอยตอบคำถามในเว็บบอร์ดแห่งนี้ค่ะ พอดีได้มีโอกาสเห็นคำถามของคุณแม่ในหลายห้องของบอร์ด แต่เป็นไปในทางเดียวกันคือเรื่องของลูกชายคุณแม่ จึงขออนุญาตรวมมาตอบในเอนทรีนี้ทีเดียวเลยนะคะ :)

ตามที่คุณ kozilla ได้ให้คำแนะนำบางส่วนไปแล้่ว ประเด็นสำคัญที่อยากจะเน้นคือ "การเปิดใจพูดคุยกัน" ค่ะ

จากคอมเมนท์ที่คุณแม่ให้เพิ่มเติมมา คือ จริงๆแล้วน้องเขาอยากเป็นเชฟมากกว่ากลับไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยจนจบ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกันเป็นที่เรียบร้อยไปครั้งหนึ่งแล้ว และน้องเขาสามารถกลับไปเรียนได้ แต่ด้วย "อะไรบางอย่าง" ทำให้ช่วงปลายเทอม 1 น้องเขากลับขาดเรียน และไม่ไปเรียนอีก

การที่คุณแม่สนับสนุนให้น้องเขาทำตามสิ่งที่เขารัก อย่างการเป็นเชฟนั้น นับเป็นเรื่องดีค่ะ เท่ากับคุณแม่ยอมเปิดใจยอมรับสิ่งที่น้องเขาคาดหวังและอยากเป็นได้ ซึ่งตรงจุดนี้น่าจะเป็นจุดแข็งที่ทำให้กำแพงระหว่างคุณแม่กับน้องเขาไม่ีแน่นหนาเหมือนอีกหลายๆครอบครัวที่มีการคาดหวังแต่ให้ลูกจบมหาวิทยาลัยดีๆเท่านั้น หากแต่คราวนี้ คุณแม่อาจต้อง เปิดใจพูดคุยเพิ่มเติม เพื่อเสาะหาดูว่า "อะไรบางอย่าง" ในช่วงปลายเทอม 1 ที่เข้ามา ทำให้ลูกชายของคุณแม่ไม่ต้องการไปเรียนต่อให้จบภาคการศึกษา

ดิฉันเชื่อว่า หากคุณแม่ใจเย็น และใช้พื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีแต่เดิม รวมถึงการที่ได้น้องชายช่วยกันพูดคุยกับน้องเขา ในแนวทางที่ค้นหาเพื่อให้เขาทราบว่าเราต้องการ "ให้ความช่วยเหลือ" เขา การเปิดใจให้ทราบถึงปัญหาหนักอก จนต้องหยุดเรียน และใช้การเล่นเกมเป็นทางออกคงไม่ยากเกินไปนัก

ส่วนเรื่องการบวชนั้น ให้ลองพูดคุยกับน้องเขาดูนะคะ ว่าน้องเขาต้องการจะบวชหรือไม่อย่างไร และถ้ายังไม่พร้อม การที่เขาได้กลับบ้านนั้น ก็น่าจะเตรียมกิจกรรมอื่นๆไว้รองรับเพื่อไม่ให้น้องเขาใช้เวลาว่างหมดไปกับการเล่นเกมอย่างที่คุณ kozilla แนะนำไว้ค่ะ

แต่ถ้าคุณแม่หรือแม้แต่ตัวน้องเขาเอง ต้องการพูดคุยเพิ่มเติมกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ ก็สามารถเข้าไปขอคำปรึกษาได้จากผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลที่มีให้บริการด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่นได้นะคะ เพราะหน่วยงานที่ให้บริการด้านนี้ไม่ได้จำกัดว่า ต้องเป็น "บ้า" ถึงจะต้องเข้าไปหา อย่างที่เข้าใจกันทั่วไป แต่แค่มีความเครียด และต้องการคำแแนะนำหรือให้คำปรึกษาจากจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา ก็สามารถทำได้ค่ะ

ขอส่งกำลังใจให้คุณแม่อีกหนึ่งกำลังใจให้ผ่านปัญหานี้ไปได้อย่างลุล่วงนะคะ :)

#5 Re: วัยรุ่นติดเกม?

ขอบพระคุณมากค่ะ คุณ aSaRa

เมื่อวานได้ไปรับลูกชายทั้ง 2 คนกลับมาบ้านแล้วค่ะ ก็ได้มีการพูดคุยกันเค้าก็รับปากว่าจะบวชค่ะ ก็คงจะประมาณ เดือน ธ.ค. ค่ะ

มีเหตุการณ์คืบหน้า คุณแม่จะส่งข่าวให้ทราบนะคะ

ต้องขอขอบพระคุณทีมงานมากค่ะ ที่ให้คำแนะนำและให้กำลังใจค่ะ