ก.พ.21

เริ่มติดเกมแล้ว ทำไงดี

ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังบรรยายพิเศษ หัวข้อ "เลี้ยงลูกอย่างไรให้ห่างไกลภัย IT" ที่ KUS เมื่อ 15/02/54 นี้เองค่ะ รบกวนวิเคราะห์เคสลูกชาย (7 ปี) ให้ด้วยนะคะ
- เดิมชอบเล่นเกมส์ทำอาหาร , แต่งตัว , เลี้ยงน้อง คำถาม ... ผิดปกติหรือไม่
- ปัจจุบันจะติดเกมส์ปลูกต้นไม้ ที่บ้านจะให้เล่นเฉพาะเย็นวันศุกร์ (1 ชม.) และวันเสาร์ - อาทิตย์ (เช้า 1 ชม. + บ่าย 2 ชม.) ซึ่งเหมือนจะเยอะไป แต่ขอขยายความนิดนึงค่ะว่าจะเป็นลักษณะสลับกันเล่น 3 คน (พ่อ - แม่ - ลูก) คำถาม ... ทำถูกหรือไม่ ถ้าไม่ควรปรับตรงไหน อย่างไร
- ลูกชายจะมอบหมายหน้าที่รดน้ำต้นไม้ให้คุณพ่อ (จ.-ศ.) โดยคุณพ่อจะเข้าไปรดเฉพาะวันศุกร์ เพื่อเวลาลูกชายเปิดดูจะได้เห็นว่าพ่อรดน้ำให้แล้ว คำถาม ... ทำถูกหรือไม่ ถ้าไม่ควรปรับตรงไหน อย่างไร - วันปกติ ไม่อนุญาติให้เล่น
- ที่บ้านมีการทำตาราง แบ่งเวลาสำหรับการเล่นเกมส์ , ทำการบ้าน , ว่ายน้ำ , เวลาอิสระ (เล่น + ดูการ์ตูน)
- ครอบครัวเดี่ยวอาศัยอยู่คอนโด (ห้อง Studio)
ขอความกรุณาวิเคราะห์เคสนี้ให้ด้วยค่ะ ว่าติดเกมหรือยัง ถ้าติดแล้วเราจะปรับแก้ตรงไหน อย่างไร
ขอบคุณค่ะ
mom47

#1 Re: เริ่มติดเกมแล้ว ทำไงดี

สวัสดีค่ะ คุณ mom47 :)

ดิฉันเป็นนักจิตวิทยาประจำเว็บไซต์แห่งนี้ค่ะ ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณที่ร่วมมาแชร์ข้อคำถามในหน้าเว็บบอร์ดแห่งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการเป็นกรณีตัวอย่างในการดูแลลูกๆของผู้ปกครองท่านอื่นด้วยนะคะ

เท่าที่คุณแม่ (ขออนุญาตเรียกอย่างนี้นะคะ) เล่ามา ก็ขอชื่นชมที่คุณแม่ (และคุณพ่อ) คอยเอาใจใส่ลูกชาย และพยายามหาวิธีการที่ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อดูแลเขา ทั้งการวางตารางเวลา การเข้าร่วมเล่นเกมกับลูก (ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกนั่งเล่นคนเดียวไปเรื่อยๆ) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเลยทีเดียวค่ะ

ส่วนในข้อสงสัยที่ถามมานั้น ขออนุญาตตอบดังต่อไปนี้ค่ะ,

สำหรับเด็กวัยเจ็ดขวบเป็นเด็กที่กำลังขึ้นชั้นประถมศึกษา การพัฒนาด้านกล้ามเนื้อต่างๆอาจมีพัฒนาการค่อนข้างคงที่มากขึ้นกว่าวัยอนุบาล แต่พัฒนาการอีกด้านที่เราไม่ควรลืมเลย คือ พัฒนาการด้านสังคม การใช้ทักษะสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การเคารพกฏกติกาที่มีอยู่ การมีวินัยในตนเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังทั้งจากที่บ้าน และเปิดโอกาสให้ลูกได้มีโอกาสเรียนรู้จากเพื่อนๆ หรือสังคมรอบตัว เช่น คุณลุงคุณป้า ญาติๆ เพื่อนบ้าน ฯลฯ เพื่อให้ลูกมีความมั่นใจในตนเอง สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขได้ต่อไป

ซึ่งนอกจากช่องทางที่กล่าวมาแล้ว การใช้เกมเป็นตัวช่วยหนึ่งในการพัฒนาทักษะตรงจุดนี้ก็สามารถทำได้ โดยมีข้อแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องเสียสละเวลามากหน่อยในการดูแลลูกอย่างใกล้ชิด และคอยสอนถึงการเคารพกติกา ไม่ว่าจะเป็นกติกาในเกม หรือกติกาในการเล่นเกมร่วมกับผู้อื่น

และการจำกัดเวลาอย่างที่คุณแม่ได้ทำอยู่นั้นเป็นข้อพึงปฏิบัติอย่างยิ่งค่ะ :)

โดยปกติแล้ว วันธรรมดาไม่ควรปล่อยให้ลูกเล่นเกิน 1 ชั่วโมง และไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมงในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือถ้าเป็นไปได้ ลองหากิจกรรมอื่นๆเพิ่มเติมนอกเหนือจากการให้ลูกใช้เวลาเล่นเกม เช่น ออกไปเที่ยวสวนสาธารณะใกล้บ้าน ไปดูหนังด้วยกัน ชวนกันไปเลือกหนังสือที่เขาชอบสักเล่ม ฯลฯ ถึงแม้ว่าจะเป็นกิจกรรมที่บางครั้งอาจดูเล็กน้อย แต่จุดสำคัญอยู่ที่การให้เด็กออกห่างจากคอมพิวเตอร์/เกม แต่ได้มีโอกาสทำกิจกรรมอื่นๆที่เป็นการร่วมใช้เวลาที่มีคุณภาพกับครอบครัว หรือเป็นกิจกรรมที่พัฒนาทักษะด้านต่างๆของเขาตามความสามารถ

ในเรื่องของความเหมาะสมของเกมนั้น คุณแม่อาจดูแลเรื่องความเหมาะสมของเกมกับวัยของลูกจากเรตติ้งของเกมได้ โดยในเมืองไทยนั้นมีความพยายามที่จะจัดเรตติ้งเกมมาระยะหนึ่งแล้ว ส่วนในต่างประเทศเองก็มี ESRB ซึ่งเป็นสถาบันที่ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเรตติ้งเกมอยู่ แต่ขณะเดียวกัน คุณแม่ควรระมัดระวังว่า ถึงแม้จะมีการจัดเรตติ้มาแล้ว แต่ระดับความรุนแรงในเกมเรตติ้งเดียวกันอาจไม่เท่ากันก็ได้ ซึ่งในจุดนี้คุณแม่สามารถอ่านได้เพิ่มเติมจากบทความ [url]http://www.healthygamer.net/download/เกมสมดุล-ชีวิตสมดุล[/url] ที่มีในเว็บไซต์ HealthyGamer.net ของเราได้เลยค่ะ

ส่วนเรื่องที่ลูกชายของคุณแม่นั้นติดเกมหรือไม่ เรามีแบบคัดกรองเบื้องต้นสำหรับผู้ปกครองอยู่ในเว็บไซต์ของเราค่ะ คือแบบทดสอบการติดเกม (GAST) สำหรับผู้ปกครอง และแบบวัดภูมิคุ้มกันการติดเกม (GAPS) สำหรับผู้ปกครองเช่นกัน ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่ผ่านการวิจัยทำให้ผลการคัดกรองพอจะยืนยันได้ในระดับหนึ่ง หรือถ้าคุณแม่ยังไม่มั่นใจว่าทำคนเดียวจะตรงหรือยัง ก็ให้ลูกชายมาร่วมลองทำด้วยในแบบทดสอบฉบับเด็กด้วยก็ได้ ตามลิงค์นี้ได้เลยค่ะ http://www.healthygamer.net/quiz

ทั้งนี้การจะติดเกมหรือไม่นั้น เราสามารถป้องกันได้ด้วยการปลูกฝังระเบียบวินัย ให้รู้จักกติกา ขอบเขต และทักษะในการควบคุมตนเองตั้งแต่วันนี้ (รายละเอียดสามารถอ่านได้จากบทความต่างๆในหน้าเว็บไซต์ของเราได้ค่ะ) เพราะว่าการป้องกันย่อมดีกว่าการตามแก้ไขภายหลังอยู่แล้ว

สุดท้ายนี้ ทางทีมงานขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่และคุณพ่อในการดูแลลูกน้อยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพ(ทั้งกายและใจ)ที่ดีค่ะ

:D

#2 Re: เริ่มติดเกมแล้ว ทำไงดี

ขอบคุณค่ะ
แล้วการที่ลูกชายเล่นเกมส์ทำอาหาร , แต่งตัว ยังปกติใช่หรือไม่คะ

#3 Re: เริ่มติดเกมแล้ว ทำไงดี

ขึ้นอยู่กับว่าคำว่า "ปกติ" ของคุณแม่คืออะไรน่ะค่ะ

การที่เด็กผู้ชายวัยเจ็ดขวบสนใจเรียนรู้ทักษะหรือเรื่องราวต่างๆเป็นเรื่องที่สามารถพบเห็นได้ค่ะ แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นการเล่นทำอาหารหรือแต่งตัวตุ๊กตาก็ตาม เพราะเขากำลังเรียนรู้บทบาทต่างๆของคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของหญิงหรือชายก็ตาม ซึ่งในช่วงนี้ผู้ปกครองสามารถสอนให้เขาเห็นถึงความสำคัญของบทบาทหน้าที่ของคนในสังคมได้ค่ะ ให้ทราบบทบาทของเพศชาย รวมไปถึงสิ่งที่เพศชายควรกระทำ ทั้งต่อตนเองและต่อเพศตรงข้าม โดยอาจสอนด้วยสถานการณ์หรือคำพูดที่เด็กสามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อนจนเกินไป

อย่างที่คนว่าากันว่า "วัยเด็ก คือช่วงวัยแห่งการเรียนรู้" ไงคะ :D

แต่ถ้าคุณแม่ยังคงมีความกังวลในประเด็นนี้อยู่ เนื่องจากมีองค์ประกอบอื่นๆอีก คุณแม่อาจลองปรึกษาส่วนตัวได้ที่หน่วยงานที่ให้บริการด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น เพื่อสามารถให้ข้อมูลได้ในเชิงลึกกว่านี้ และได้รับการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในเชิงลึกมากยิ่งขึ้นค่ะ :)

#4 Re: เริ่มติดเกมแล้ว ทำไงดี

ขอบคุณค่ะ คุณ aSaRa
ดิฉันคิดว่าสอน-บอกลูกได้ บ้านเราไม่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์
ห่วงแต่คนรอบข้าง (เพื่อนแม่) จะบอกว่าทำไมถึงให้น้องเล่นเกมผู้หญิง ซึ่งน้องจะตอบว่าไม่ใช่เกมส์ผู้หญิงซะหน่อยเพราะผู้ชายก็ทำกับข้าวได้ (บังเอิญว่าในเกมผู้เล่นจะเป็นผู้หญิง) ทีนี้ทักทุกครั้งที่เจอ แม่เลยแอบหวั่นเล็กน้อยค่ะ บางคนถึงขนาดบอกว่าให้เล่นบ่อยๆระวังจะเป็น T... เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน :cry:

ส่วนตัวลูกชายชอบสีชมพูค่ะ ในฐานะแม่จะบอกลูกเสมอว่า คนเรามีความชอบได้ไม่เหมือนกัน แม้เด็กผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบสีฟ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กผู้ชายทุกคนจะต้องชอบสีฟ้า อาจมีเด็กผู้ชายบางคนชอบสีเขียว, สีเหลือง แม้กระทั่งสีชมพูก็ได้ ไม่มีข้อบังคับ เช่นเดียวกับเด็กผู้หญิง ส่วนมากจะไว้ผมยาว แต่ก็มีไม่น้อยที่ไว้ผมสั้น เด็กผู้หญิงที่ตัดผมสั้นไม่ได้แปลว่าไม่ได้เป็นเด็กผู้หญิง

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำนะคะ ก่อนหน้าได้เคยโทรไปปรึกษาที่ศูนย์แล้วด้วยค่ะ (แต่คนละเรื่องนะคะ) เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำที่ดีและเป็นประโยชน์มากค่ะ :mrgreen: