ก.ย.17

สอนลูกใช้ภาษาในโลกเทคโนโลยี

สอนลูกใช้ภาษาในโลกเทคโนโลยี

เจ้า “Simsimi” เป็นโปรแกรม Robot Chat ถ้าจะเรียกกันง่ายๆ ก็เป็นโปรแกรมหุ่นยนต์ช่างจ้อที่เอาไว้คุยกับเราแก้เหงาและการที่เจ้าโปรแกรมนี้โต้ตอบได้ก็เป็นเพราะเราเองนี่ล่ะที่ป้อนคำพูดต่างๆ เข้าไปเพื่อสอนว่า ถ้ามีคนถามแบบนี้ให้ตอบอย่างไร และคำตอบก็จะถูกสุ่มขึ้นมาให้ใกล้เคียงหรือตรงกับคำถามมากที่สุด


แน่นอนว่าข้อดีคือ สนุก หรือเราสามารถสอนอะไรตลกๆ ให้โปรแกรมนี้ตอบโต้เราหรือคนอื่นได้ แต่ก็ยังมีหลายที่ยังใช้เทคโนโลยีไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อมีการป้อนคำตอบหรือประโยคที่มีความหยาบคาย ด่าทอ รุนแรง จนทำให้หลายๆ คนเป็นห่วงว่าเยาวชนที่เล่นโปรแกรมนี้อาจจะซึมซับภาษาไทยที่ไม่ถูกต้อง และใช้คำพูดหยาบคายมากขึ้นจนไม่รู้กาละเทศะ 

วันนี้ Momypedia ขออาสานำเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีวิธีดีๆ ในการนำไปแนะนำลูกๆ ให้ใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องในโลกเทคโนโลยีค่ะ 

 

 

1. แก้คำผิดให้เป็นถูก – การพูดหรือคำพูดแบบไหนที่ผิดหลักภาษาไทยจนเกินไป หรือบรรดาภาษาวัยรุ่นศัพท์แสลงต่างๆ ควรสอนลูกด้วยว่าคำที่ถูกต้องจริงๆ พูดอย่างไร หรือลองพูดให้เขาได้ยินบ่อยๆ เพื่อเป็นการสร้างความเคยชิน และการปลูกฝังไปในตัว


2. ตรวจสอบ – ไม่ผิดนะคะถ้าคุณพ่อคุณแม่จะตรวจสอบก่อนว่าโปรแกรมที่ลูกเราเล่นประจำ โปรแกรมที่กำลังฮิตอยู่ขณะนี้มีแนวโน้มจะสอนภาษาแย่ๆ ให้ลูกเราหรือเปล่า และคุณพ่อคุณแม่ก็มีสิทธิ์ที่จะห้ามและป้องกันลูกจากโปรแกรมเหล่านี้ด้วยเหตุผลว่า เป็นโปรแกรมที่อาจทำให้ลูกก้าวร้าว ไม่น่ารัก

 


3. ทุกสื่อพ่อแม่ช่วยดู – ไม่ว่าจะทีวี วิทยุ อินเตอร์เนต หรือบรรดา application ต่างๆ บนโทรศัพท์มือถือ ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีโอกาสได้นั่งดูหรือเล่นอยู่กับเขา นี่เป็นโอกาสดีที่จะชี้ให้ลูกเห็นว่าภาษาหรือคพูดแบบไหนที่ควรพูดหรือไม่ควรพูด เพราะสื่อเหล่านี้มักจะมีอิทธิพลกับลูกๆ ของเราเสมอ


4. ชี้ข้อดีข้อเสีย – ข้อนี้เป็นการแนะนำที่ชัดเจนที่สุดค่ะ คุณพ่อคุณแม่สามารถชี้ให้ลูกเห็นได้ชัดเจนเลยว่า หากพูดจาไม่ดี ใช้ภาษาไม่สุภาพก็จะไม่มีใครชอบฟัง ไม่เป็นที่รัก หรืออาจจะโดนคนอื่นตำหนิ รังเกียจไม่คบหา แต่หากพูดจาเพราะๆ รู้จักกาละเทศะ ก็จะมีแต่คนอยากเข้าใกล้ อยากคุยด้วย อยากคบหา เป็นที่รักของทั้งเพื่อนและคนอื่นๆ 

4 คำแนะนำนี้ไม่ใช่เรื่องยากนะคะ แต่ก็ไม่ง่าย เพราะขึ้นชื่อว่า
วัยรุ่น วัยทีน แถมยังเป็นวัยที่ถูกล้อมไปด้วยเทคโนโลยีและกลุ่มเพื่อนแบบนี้ด้วย คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องเร่งสปีดกันหน่อยนะคะเอจะได้ตามเขาได้ทัน เพราะอย่างไรเราก็เชื่อว่าการเลี้ยงดูและการดูแลแบบใกล้ชิดตามแบบไทยนี่ล่ะค่ะที่ยังคงเป็นเกราะคุ้มภัยให้ลูกเราได้ ไม่ต่างจากที่คุณพ่อคุณแม่คอยดูแลเราเมื่อตอนเป็นเด็กนะคะ