ก.ย.18

สงคราม Facebook ระหว่าง พ่อแม่ กับ ลูกวัยรุ่น!

สงคราม Facebook ระหว่าง พ่อแม่ กับ ลูกวัยรุ่น!

 

    แต่ก่อนอินเทอร์เน็ตคือโลกของวัยรุ่นเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้ผู้ใหญ่ก็สามารถเชื่อมหาลูกหลานได้ด้วย Facebook หรือเว็บเหล่านี้เช่นกัน บางทีก็ใช้สื่อสารกับลูกหลานได้มากกว่าการพูดกันจริงๆ แม้จะอยู่ในบ้านหลังเดียวกันเสียอีก ก็ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสังคมไทยก็ได้ แต่ด้วยบริบทสังคมไทย อินเทอร์เน็ตก็ยังไม่ใช่เรื่องเข้าถึงทุกคนนัก พ่อแม่ที่ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตไม่เป็นก็ยังมีอีกมากทีเดียว ในขณะที่ลูกใช้เป็นทุกคน บางทีผู้ปกครองก็อาจไม่ทันลูก...
 
แต่เรื่องในวันนี้ เป็นเรื่องที่ผู้เขียนไปพบเด็กฝรั่งเขียนบทความแนะนำวิธีระมัดระวังการรับผู้ปกครองเป็น friend ใน facebook ย้ำ! ว่าเขียนเป็นทความ ไม่ใช่ข้อความในเว็บบอร์ด เขียนเป็นกระทู้แสดงความคิดเห็น หรือเขียนเป็นบันทึกประจำวันใน blog ธรรมดา แต่เขียนกันอย่างเป็นทางการ จากหลายคน หลายที่ ลงเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง yahoo มีวิธีการคล้ายคลึงกันตั้งแต่ 
    1. อย่าตกอกตกใจที่พ่อแม่ Add Friend 
    2.ให้ตรวจสอบว่าตัวเองมีข้อความหรือรูปที่ไม่ดีหรือไม่ 
    3.ให้รับ Add ไป อย่าเพิกเฉย อย่างไรเขาก็เป็นผู้ปกครองของเรา 
     และก็ยังมีข้อต่อๆ ไปจนกระทั่งการถึงการบล็อกพ่อแม่ตัวเอง หรือแม้แต่การยกข้อกฎหมายสิทธิส่วบุคคลว่าจะรับหรือไม่รับใครเป็นเพื่อนใน Facebook ก็ได้ 
 
 
 
เด็กดีดอทคอม :: สงคราม Facebook ระหว่าง พ่อแม่ กับ ลูกวัยรุ่น!   

             อย่างไรก็ตามมีสถิติของทางฝรั่งเขาบอกว่า   วัยรุ่นถึงเกือบร้อยละสี่สิบเลือกที่จะไม่รับและเพิกเฉยต่อคำขอเป็นเพื่อนของผู้ปกครองตนเองในสังคมออนไลน์ค่ะ- ผู้เขียนอ่านแล้วตื่นตาตื่นใจ และก็ตกอกตกใจไปพร้อมกันด้วย 

 
               การที่ลูกหลานออกมาเขียนบทความนี้ได้ ในมุมมองหนึ่ง คือการแสดงถึงการพัฒนาของเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ทุกคนไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น วัยดึก วัยไหนก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเสรี และแสดงให้เห็นถึงความกล้าแสดงความคิดเห็นด้วยวิธีการที่เหมาะสม คือผ่านการแสดงทัศนะบนเว็บไซต์สาธารณะด้วยข้อความที่ผ่านการคัดกรองแล้ว ไม่ใช่การระบาย ไม่ใช้คำหยาบ หรือส่งต่อทางอีเมลอย่างลับๆ อีกทั้งมีการเปิดรับความคิดเห็นจากทุกคนอีกด้วยค่ะ     แต่ในอีกทางก็คือการแนะแนวช่องทางที่ไม่เหมาะสม เหมือนเจตนาจะทำสิ่งไม่สมควร แถมในบริบทสังคมไทยแล้ว ยิ่งเหมือนกับเด็กไม่เคารพผู้ใหญ่ เพราะทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาหรือไม่ตอบรับคำผู้ใหญ่ค่ะ
 
          แต่จริงๆ แล้ว ถ้ามองตัวเราเองดีๆ ผู้ใหญ่ทุกคนก็มีเคยมีช่วงแอบทำอะไรแบบนี้ทั้งสิ้น ช่วงวัยรุ่นของทุกคนเป็นช่วงมีพื้นที่ส่วนตั๊ว ส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่ง โดยเฉพาะผู้ใหญ่ เพราะอิสระที่สิ่งที่วัยรุ่นทุกคนไม่ว่าชาติไหนก็ต้องการ และวัยรุ่นทุกคนก็ต้องแอบทำอะไรที่ไม่เหมาะสมเสมอ แล้วเก็บไว้เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจตนเองสักเรื่องค่ะ แล้วยิ่งเป็นฝรั่งชาติเสรี วัยรุ่นดูแลและรับผิดชอบกับตัวเองได้เร็วกว่า การที่เขาออกมาเขียนบทความป้องกันพ่อแม่ไม่ให้เข้าไปบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของเขา หรือเรียกร้องสิทธิตนเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกในบริบทสังคมของเขา แต่ถ้าวัยรุ่นบ้านเราทำบ้างล่ะ เราจะเรียกว่าเหมาะสมหรือไม่ ผู้ใหญ่ไทยเราจะตลกหรือโกรธ 

              วัยรุ่นชาติไหนก็มีพัฒนาการที่เหมือนกัน มิจฉาชีพทางอินเทอร์เน็ตก็มีเหมือนกัน แต่กรอบวัฒนธรรมเราต่างกัน การเข้าถึงของอินเทอร์เน็ต และการระมัดระวังการใช้ก็ต่างกัน ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งวัยรุ่นไทยออกมาเขียนวิธีการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวในโลกออนไลน์จากพ่อแม่บ้างผู้ใหญ่จะคิดอย่างไร และวัยรุ่นชาว Dek-D คิดเห็นเป็นประการใดคะ 
 

        บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาก่อสงครามหรือชี้นำให้วัยรุ่นออกมาเขียนบทความป้องกันหรือต่อต้านใดๆ เพียงแต่นำเสนอเรื่องราวจากมุมหนึ่งของโลกเรา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราทุกๆ คนจะทำการใดๆ ก็ตามโดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ