ก.ย.20

พ่อแม่ระวัง! อย่าให้สื่อไอทีเลี้ยงลูกแทน

พ่อแม่ระวัง! อย่าให้สื่อไอทีเลี้ยงลูกแทน

พบพ่อแม่ยุคใหม่ยุ่งอยู่กับอุปกรณ์ไอที เช่น สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตพีซี มากเกินไป ส่งผลให้ลูกๆ ต้องหันไปพึ่งทีวี หรือคอมพิวเตอร์เป็นตัวช่วยแก้เหงามาขึ้น และอาจนำไปสู่การเสพติดสื่อไอทีในที่สุด

     ในยุคที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไปเร็วกว่าหัวใจ บางครั้งก็อาจทำให้ความอบอุ่นในครอบครัวเลือนหาย จากการสำรวจของประเทศอังกฤษ พบว่า ปัจจุบันประชากรวัย 12-15 ปี ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอต่างๆ เฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงไม่น้อยเลยทีเดียว และตัวเลขดังกบ่าวนี้เป็นเวลาที่ใช้สื่อไอทีภายในบ้านเท่านั้น ยังไม่รวมการใช้คอมพิวเตอร์ที่โรงเรียน หรือสมาร์ทโฟนในช่วงพักกลางวันด้วย

         สถิติที่น่าตกใจนี้ทำให้มีหลายฝ่ายต้องการให้มีการออกกฎควบคุมการรับชมโทรทัศน์สำหรับเด็กเล็ก พร้อมกับมาตรการให้ผู้ปกครองควบคุมการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีของลูกๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ปกครองบางส่วนใช้มันเป็นพี่เลี้ยงลูกขณะที่ตนเองไม่มีเวลา

       เป็นที่ทราบกันดีกว่า การเสพติดสื่อไอทีดังกล่าวส่งผลเสียต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการรับประทานอาหารมากเกินไป การขาดการออกกำลังกาย และอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย นอกจากนั้น ในการวิจัยก่อนหน้านี้ ยังพบว่า การตอบสนองของสมองต่อเกมคอมพิวเตอร์นั้น ไม่ต่างกับการเสพยาเสพติด หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย
       แม้ว่าแนวทางแก้ไขจะเป็นสิ่งที่กล่าวกันมานานหลายปีแล้ว อย่างเช่น การยกทีวีออกไปอยู่นอกห้องนอน การจำกัดชั่วโมงการรับชมทีวีในเด็กเล็กว่าไม่ควรเกิน 1.5 ชั่วโมงต่อวัน (อายุ 3-7 ขวบ) ส่วนเด็กโตกว่านั้นอาจเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมงต่อวัน แต่สิ่งที่ทำให้ปัญหานี้ลุกลามบานปลายคือ “ผู้ปกครอง” เนื่องจากผู้ปกครองส่วนหนึ่งยินดีให้เด็กๆ รับสื่อไอทีเหล่านี้เข้ามาเป็นเพื่อนข้างกายในเวลาที่ตนเองต้องวิ่งวุ่น จัดการกิจธุระต่างๆ เพราะเด็กจะนั่งนิ่ง จดจ่ออยู่กับหน้าจอไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และทำให้ผู้ปกครองมีสมาธิมากพอที่จะทำงานต่างๆ ให้ลุล่วงไปได้
       กระนั้น หากเมื่อเทียบกับผลกระทบในแง่ลบที่เด็กได้รับจากสื่อไอที ไม่ว่าจะเป็นอาการสมาธิสั้น การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่สนใจความเป็นไปของคนอื่นๆ แล้ว อาจเป็นตัวผู้ปกครองเองที่ต้องชั่งใจว่าจะเลือกเดินทางใด เพราะเมื่อออกเดินแล้ว บางครั้งก็ยากที่จะถอนตัว หรือแก้ไขสิ่งต่างๆ ที่สูญเสียไปให้กลับคืนเหมือนเดิมได้นั่นเอง