ก.ย.25

เลี้ยงลูกในโลกที่เปลี่ยนไป..ทำไงดี

เลี้ยงลูกในโลกที่เปลี่ยนไป..ทำไงดี

ยุคนี้และยุคหน้าเป็นยุคที่โลกมีความเคลื่อนไหวรวดเร็วเพียงแค่ปลายนิ้วคลิก สังคมที่เราและลูกยืนอยู่เป็นสังคมสื่อ อิทธิพลของสื่อถาโถมเข้ามาสู่ครอบครัวอย่างไม่อาจทัดทานได้ ทำให้เด็กๆ ของเราต้องเผชิญกับเรื่องของความรุนแรง เซ็กซ์ และกระแสบริโภคนิยม จนน่าเป็นห่วงว่าลูกเราจะตกเป็นเหยื่อสังคมยุคใหม่ เหมือนที่นักวิชาการเคยออกมาให้คำจำกัดความว่า 'เด็กยุคใหม่มั่วเซ็กซ์ ช้อปแหลก แดกด่วน' ด้วยหรือไม่

คุณหมอยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต เคยแนะนำ หน้าต่างแห่งโอกาส 7 บาน คู่มือเลี้ยงลูกในโลกที่เปลี่ยนไป  ก็เลยเก็บมาฝากคุณผู้อ่าน เพื่อเป็นเครื่องมือปรับกลยุทธ์ในการเลี้ยงลูกให้เท่าทันกระแสสังคมที่เชี่ยวกรากนี้

 

หน้าต่างแห่งโอกาส คืออะไร ?

เด็กที่จะเติบโตอย่างมั่นคงในยุคนี้ได้ คุณหมอยงยุทธบอกว่า ในแต่ละช่วงวัยที่เติบโตเขาจะต้องได้รับการหล่อหลอม พัฒนาสิ่งสำคัญบางเรื่อง ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วคนเราจะเรียนรู้หรือพัฒนาบางเรื่องได้ดีเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมนี้เราเรียกว่า หน้าต่างแห่งโอกาส ...

คุณหมอบอกว่า หน้าต่างแห่งโอกาสจะเปิดเป็นเวลา ซึ่งพ่อแม่ต้องฉวยโอกาสพัฒนาเรื่องที่เหมาะสมกับวัย และสำหรับในการเติบโตเป็นเด็กที่เอาตัวรอดปลอดภัยในสังคมอนาคตได้ คุณหมอบอกว่าต้องปลูกฝังเรื่องต่างๆ ในวัยต่างๆ ดังนี้ค่ะ

 

วัยอนุบาล (3-5 ปี)

1. สอนให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์

...ถ้าพ่อแม่พลาดการปลูกฝังเรื่องนี้ในช่วงนี้ไปแล้ว พอถึงวัยประถม เขาจะเติบโตเป็นวัยรุ่นที่ตามใจตัวเอง ควบคุมตัวเองไม่ได้ สังเกตดูก็ได้ว่า ถ้าผู้ใหญ่คนใดเวลาโกรธหรือไม่พอใจแล้วกระทืบเท้า ตบโต๊ะ เมื่อย้อนไปดูในวัยเด็กของคนคนนั้น จะพบว่า เขาเป็นเด็กที่มีปัญหาการควบคุมอารมณ์ เวลาไม่ได้อะไรดังใจจะลงไปดิ้นกับพื้น... พ่อแม่จำนวนมากสงสารลูก หรือรู้สึกผิดที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก จึงชดเชยด้วยการตามใจ.. ดังนั้นในวัยนี้พ่อแม่จึงต้องใจคอเข้มแข็งเข้าไว้ ปลูกฝังให้ลูกรู้จักควบคุม ยับยั้งความต้องการ รู้จักรอคอย ก่อนหน้าต่างบานนี้จะปิดลง

 

2. สอนให้ลูกรู้จักถูกผิด

แม้ว่าเด็กเล็กยังไม่รู้ว่าการกระทำอะไรก่อให้เกิดผลอย่างไร ยังไม่รู้จักเรื่องของเหตุผล แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรเริ่มสอนเรื่องผิดถูก เหมาะควรได้บ้างแล้ว เช่น ถ้าลูกไปหยิบของคนอื่นมา ก็ต้องบอกลูกว่าไม่ถูกต้อง ให้เอาไปคืนเจ้าของ หรือลูกชอบใช้ความรุนแรงกับคนอื่นหรือสัตว์เลี้ยง ก็ต้องสอนให้รู้ว่าไม่ดี ...หากเริ่มสอนเรื่องผิดชอบชั่วดีตั้งแต่วัยนี้ จะได้ผลดีที่สุดที่จะกล่อมเกลาให้ลูกมีคุณธรรม จริยธรรมต่อไปในวัยที่โตขึ้น

 

วัยประถม (6-12 ปี)

3. ประหยัด

พ่อแม่มักมาสอนให้เด็กประหยัดตอนวัยรุ่น ซึ่งหน้าต่างแห่งโอกาสมันปิดไปแล้ว เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่เริ่มจับจ่ายใช้สอย และมีของล่อใจมากมาย จึงไม่ค่อยได้ผล... การฝึกเด็กให้รู้จักประหยัด ต้องฝึกตอนประถม เพราะเด็กวัยนี้รู้ความหมายและคุณค่าของจำนวน เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า 5 บาท ต่างกับ 10 บาทยังไง ...จึงควรให้ค่าขนมที่เหมาะสม ฝึกให้วางแผนการใช้เงิน รู้จักการออม

รวมทั้งสอนเรื่องการประหยัดน้ำ-ไฟทั้งในบ้านและนอกบ้านด้วย เพราะบางคนอยู่บ้านประหยัด แต่พอไปโรงแรมกลับเปิดน้ำเปิดไฟใช้เต็มที่ หรือไปงานบุฟเฟต์ ตักเต็มจาน แล้วกินไม่หมด พ่อแม่กลับบอกไปว่าไม่เป็นไรลูก เพราะจ่ายไปแล้ว นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี...ถ้าลูกรู้จักประหยัด เขาไม่เพียงช่วยครอบครัวได้ แต่ยังสอนให้เขานยึกถึงสังคมด้วย

 

4. มีวินัย

หนึ่ง - รู้จักแบ่งเวลา... เด็กที่เรียนได้ดีเป็นเพราะมีวินัย โดยเฉพาะในระดับชั้นต่อไปที่การเรียนยากขึ้น มีการบ้านและงานกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เด็กจึงต้องรู้จักแบ่งเวลา และต้องเริ่มตั้งแต่วัยนี้ ไม่เช่นนั้นจะพบกับความยากลำบากในการเรียนหรือการทำงานในอนาคตข้างหน้า

สอง - รู้จักความรับผิดชอบ สมัยนี้พ่อแม่มักไม่ค่อยให้ลูกรับผิดชอบอะไร ให้เรียนหนังสืออย่างเดียว แล้วจัดหาคนทำให้ หรือมีเครื่องอำนวยความสะดวก แต่อย่างน้อยก็ควรให้ลูกได้มีหน้าที่รับผิดชอบช่วยเหลืองานในบ้านบ้าง เพราะจะทำให้เด็กได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งเป็นการฝึกทำงานต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว รู้จักวางแผน มีวินัย(เพราะงานบ้านต้องทำเป็นเวลา) รู้จักช่วยเหลือรับผิดชอบต่อส่วนรวม ...เรื่องนี้ถ้าไปฝึกตอนเป็นวัยรุ่นจะยาก แต่ถ้าเราฝึกมาดี เขาจะรู้จักช่วยงานโดยไม่อิดออด และเมื่อเขาเติบโตไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร ก็จะทำได้ดีและปรับตัวเข้ากับคนได้ง่ายเพราะไม่ดูดาย

 

5. ใฝ่รู้ การให้ลูกเรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่ใช่การใฝ่รู้...เราควรให้เด็กสนใจกิจกรรมอย่างอื่นด้วย เช่นเล่นกีฬา ดนตรี ไปพิพิธภัณฑ์ เข้าค่ายต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เขามีความกระตือรือร้น เรียนรู้ในสิ่งที่เขาสนใจ และเป็นการเปิดโลกกว้างให้ลูก ความใฝ่รู้ในวัยประถมจะทำให้เด็กเรียนรู้ได้ดีในระดับชั้นที่ยากขึ้น และค้นหาความสามารถความสนใจที่แท้จริงของตัวเองได้เร็ว

 

วัยรุ่น ( 13 ปี ขึ้นไป)

ที่วัยรุ่นมีปัญหาอยู่ทุกวันนี้ เพราะเขาสะสมต้นทุน 5 อย่างดังที่กล่าวมาตอนก่อนเข้าสู่วัยรุ่นมาไม่ครบ แต่ถ้าเราสร้างต้นทุนไว้ดี ตอนวัยรุ่นจะเหลือเพียงเรื่องของอัตลักษณ์ที่ต้องปลูกฝังกัน พูดง่ายๆ คือ 'ค่านิยม' นั่นเอง มีสำคัญอยู่ 2 เรื่อง คือ

 

6. อัตลักษณ์ทางเพศ

จากการวิจัยพบว่าเด็กไทยดูหนังสือโป๊ วีซีดีโป๊ ตั้งแต่ก่อนมัธยมศึกษา ประมาณ 41 กว่าเปอร์เซ็นต์ แสดงว่าปัจจุบันเด็กถูกปลูกฝังค่านิยมทางเพศผ่านสื่อ ซึ่งมักไปในทางที่ผิด สื่อเหล่านี้กลุ่มวัยรุ่นเข้าถึงง่ายมาก และปัญหาคือเด็กแยกถูกผิดไม่ได้ รวมทั้งสื่อโฆษณาก็ปลูกฝังค่านิยมที่ผิด เช่น เป็นผู้หญิงต้องอวดผิวได้ ถึงจะทันสมัย เด็กผู้ชายต้องกล้าเข้าไปลวนลาม แทะโลมผู้หญิงถึงจะเรียกว่าแน่ หรือคนไทยที่ทันสมัยต้องดื่มเบียร์

ดังนั้นพ่อแม่ต้องสอนลูก โรงเรียนต้องเปลี่ยนหลักสูตร ต้องเอากรณีศึกษาเหตุการณ์ต่างๆ มาคุยกับเด็ก และที่สำคัญสื่อก็ต้องตะหนักในผลกระทบถึงเยาวชนด้วย เรื่องนี้พ่อแม่คงต้องช่วยกันเรียกร้องสื่อนะคะ เห็นโฆษณาชิ้นไหนไม่เหมาะควรก็ต้องลุกขึ้นมาประท้วงกัน

 

7. อัตลักษณ์ทางสังคม

สิ่งที่พ่อแม่ต้องพูดคุยกับลูก หนึ่ง จะมีวิถีชีวิตอย่างไร ในขณะที่สื่อและโฆษณาบอกว่าให้ฟุ้งเฟ้อ พ่อแม่ต้องสอนลูกให้เท่าทัน อย่าตกเป็นเหยื่อ และมีค่านิยมที่จะอยู่แบบพอเพียงแบบในหลวงท่านว่า สอง มีเป้าหมาย มีหลักคิดอย่างไรในการดำเนินชีวิต เพื่อตนเองหรือเพื่อสังคม เลือกอาชีพตามถนัดเป็นอาชีพสุจริต หรือว่าเลือกตามเพื่อน หรืออาชีพอะไรก็ได้ขอให้ฉันได้เงิน... ซึ่งทั้งสองเรื่องดังกล่าว พ่อแม่คงต้องตั้งคำถามกันเองก่อนกระมังคะ ถึงจะบอกจะสอนลูกได้

 

การสร้างคุณลักษณะทั้ง 7 ประการนี้ให้มีอยู่ในตัวลูก นอกจากต้องโฟกัสตามหน้าต่างแต่ละบานแล้ว เราต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นโดยอาศัยวิถีชีวิตในครอบครัว สอนไปพร้อมๆ กับการดำเนินชีวิตประจำวัน

 

เชื่อแน่ว่าหากลูกของเราโตมามีคุณลักษณะเหล่านี้ติดตัว ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนแปลงแปรปรวนไปอย่างไร เขาก็สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและอยู่รอดปลอดภัยค่ะ