ส.ค.6

‪สิ่งที่ผู้ปกครองควรปฏิบัติและไม่ควรปฎิบัติ‬

‪สิ่งที่ผู้ปกครองควรปฏิบัติและไม่ควรปฎิบัติ‬
1 . ครอบครัวเข้มแข็ง/สร้างเครือข่ายผู้ปกครอง
ให้ความรัก ความอบอุ่น และเวลาที่มีคุณภาพกับเด็ก เพื่อเป็นเกราะป้องกันการติดเกมของเด็กและวัยรุ่น ผู้ปกครองควรแบ่งเวลา เพื่อใช้ร่วมกับคนในครอบครัวและสนับสนุนกิจกรรมอื่นที่เด็กสนใจ หาโอกาสทําความรู้จักกับเพื่อนและครอบครัวของเพื่อนลูก เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ปกครองในการพาเด็กทํากิจกรรมยามว่างร่วมกัน เช่น กีฬากิจกรรมสันทนาการ กิจกรรมจิตอาสา
2. การตั้งกติกา
ควรกําหนดระยะเวลาการเล่นเกมของเด็ก โดยตกลงเป็นกฎกติการ่วมกันกับเด็กก่อน เพื่อระบุวัน เวลา จํานวนชั่วโมงของการเล่นเกมแต่ละครั้ง กําหนดหน้าที่ที่เด็กต้องรับผิดชอบก่อนการเล่นเกม กําาหนดการลงโทษหากเด็กไม่สามารถทําตามกติกาได (ซึ่งแนะนําให้ใช้วิธีงดเกม หรือลดเวลาในการเล่นเกมในครั้งต่อไปลง) เพราะการกําหนดกติกาหลังจากเด็กติดเกมแล้วเป็นเรื่องยาก ควรจํากัดจํานวนของอุปกรณ์ที่ใช้เล่นเกมคอมพิวเตอร์ และควรติดตั้งโปรแกรมที่ควบคุมเวลาและเนื้อหาการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ของเด็กไว้ รวมทั้งใส่รหัสผ่านไว้ในอุปกรณ์ทุกชิ้น ครอบครัวควรมีแนวทางเดียวกันในการเลี้ยงดู เพื่อให้เด็กเชื่อฟังและไม่สับสน และต้องสม่ำเสมอและเอาจริงกับกติกาในบ้าน
3. คุณลักษณะที่เด็กควรมี
ควรสอนให้เด็กรู้จักแบ่งเวลา และมีวินัยในการใช้เงิน ร่วมกับมอบหมายงานบ้านให้เด็กรับผิดชอบตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเป็นการฝึกให้เด็กมีวินัย รู้จักควบคุมตัวเอง ส่งเสริมให้เด็กมีความภาคภูมิใจในตนเอง (self-esteem) โดยการมองหาและดึงจุดดีของเด็กขึ้นมาชื่นชมและส่งเสริมสิ่งที่เด็กทําได้ โดยไม่จํากัดเฉพาะเรื่องการเรียน เช่น กีฬา ดนตรีศิลปะ และหาโอกาสพัฒนาเด็กเพื่อให้เด็กภาคภูมิใจ ซึ่งจะเป็นการเสริมภูมิคุ้มกันในการติดเกมได้นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรแสดงความชื่นชมเด็ก เมื่อเด็กทําตามกติกา รักษาเวลา รู้หน้าที่ รู้จักความรับผิดชอบ เลิกเล่นเกมเมื่อครบกําหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ ควรส่งเสริมให้เด็กมีงานอดิเรกทําหลายๆ อย่าง ร่วมกับการสอนให้เด็กมีวิธีจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
 
‪‎สิ่งที่ผู้ปกครองไม่ควรปฎิบัติ
 
1. เกี่ยวกับครอบครัว
- ละเลยการทํากิจกรรมร่วมกันในครอบครัวผู้ปกครองควรส่งเสริมให้เด็กมีกิจกรรมยามว่างที่ให้ความสนุกสนานไม่แพ้การเล่นเกม ซึ่งควรเป็นกิจกรรมที่เด็กชอบ และสามารถร่วมกันทําากิจกรรมได้ทั้งครอบครัว
- เอาแต่บ่น แต่ไม่เคยเอาจริง การบ่นอย่างเดียวไม่เคยได้ผลในการทําให้เด็กเล่นเกมน้อยลง แต่จะส่งผลให้เด็กรู้สึกต่อต้าน ไม่พอใจ และกระทบต่อความสัมพันธ์ ผู้ปกครองจึงควรลดการตําหนิ แต่เพิ่มความเอาจริงเอาจังตามกติกาที่ตั้งไว้
- ขัดแย้งกันเองระหว่างผู้ปกครอง ความขัดแย้งจะทําให้การวางกติกาไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทําให้ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง โดยเด็กจะเลือกเข้าหาฝ่ายที่ให้ประโยชน์กับเขามากที่สุด และอาจกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ได้ ผู้ปกครองจึงควรตกลงกันให้ได้ก่อนการวางกติกา
2. เกี่ยวกับเกม
ซื้ออุปกรณ์การเล่นเกมให้ ก่อนที่จะมีการตั้งกติกาการเล่น
- ใช้เกมเป็นเสมือนพี่เลี้ยงเด็ก หลายครอบครัวอาจคิดว่าการเล่นเกมที่บ้านหรือที่ร้านนั้นปลอดภัย ไม่มีอันตราย ทําให้ผู้ปกครองได้มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นความคิดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียตามมา
- ใจอ่อน เด็กที่ติดพันอยู่กับการเล่นเกม มักมีข้อต่อรองอยู่เสมอ ซึ่งหากผู้ปกครองขาดความเอาจริงและผ่อนผันให้ เด็กจะต่อรองเช่นนี้อีกในครั้งต่อๆ ไป ทําให้เด็กจะทําตามกติกาที่วางไว้ได้ยาก และจะมีผลเสียต่อการฝึกวินัยในระยะยาว
- ไม่เสมอต้นเสมอปลาย การเอาจริงเอาจังกับกติกาแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ด้วยความใจอ่อนหรือความไม่มีเวลา สุดท้ายแล้วจะทําให้กติกาไม่มีความหมาย และไม่สามารถกํากับดูแลเด็กได้