ต.ค.1

โลกสวยด้วยแบ่งปัน

โลกสวยด้วยแบ่งปัน

 

โลกแห่งความรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้เราใช้ชีวิตเหมือนกับหนูถีบจักร วิ่งและวิ่งไปข้างหน้า จนบางครั้งลืมที่จะหยุดมองว่ามีคนอยู่รอบตัวเรา และละเลยไม่ได้คิดถึงจิตใจของคนที่อยู่รอบข้าง ที่สำคัญยังเผลอเอาเปรียบเขาโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อพอมีเวลาบ้างเราจะรู้สึกว่าชีวิตที่เร่งรีบโดยไม่คิดจะแบ่งปันช่างเป็นชีวิตที่แห้งแล้งเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อหันไปมองลูกที่กำลังเติบโต และอดคิดไม่ได้ว่าเขากำลังเฝ้ามองทุกการแสดงออกของแม่และกำลังซึบซับวิถีชีวิตที่โดดเดี่ยวคิดถึงแต่เรื่องของตนเอง และอาจไม่มีโอกาสอย่างที่แม่หลายคนเคยคิดถึงชีวิตในวัยเด็ก ชีวิตที่รู้สึกได้ว่ามีเพื่อนวิ่งเล่น มีเพื่อนบ้าน มีคุณป้าคุณน้าคุณอาที่แบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน

 

“แม่ๆ ครูบอกว่าเราควรทำตามกฎจราจร” “แม่รีบไปส่งหนูให้ทันโรงเรียน ไม่เป็นไรหรอก”

“พ่อวันเสาร์นี้ พาลูกไปเรียนพิเศษด้วย แม่มีงานไม่ว่าง” “ พ่อนึกว่าเราจะไปเยี่ยมน้ายาวด้วยกัน” “ไม่ได้หรอก ลูกต้องไปติว เอาไว้ครั้งหน้าค่อยไปแล้วกัน”

“หนูแย่งของกันอีกแล้ว แม่บอกให้เล่นด้วยกันดีๆ เงียบๆ ด้วย แม่ยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะนะ”

 

“โลกเปลี่ยนไป จะให้คิดเรื่องแบ่งปันเหมือนเมื่อก่อน คงไม่ได้” ประโยคง่ายๆ ที่เราอาจจะเผลอให้เหตุผลเข้าข้างตัวเราเอง แต่ในความเป็นจริงของการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม การแบ่งปันยังเป็นวิธีการง่ายๆ ที่ทำให้เราทุกคนใช้ชีวิตร่วมกัน และทำให้รู้สึกว่าโลกไม่ได้โหดร้ายนัก โดยเฉพาะสำหรับลูก การเรียนรู้เรื่องการแบ่งปัน เป็นการพัฒนาทักษะทางสังคมที่ช่วยให้เขารู้จักให้ และได้รับจากเพื่อนกลับคืนมาเช่นกัน

 

การใช้ชีวิตในครอบครัวโดยเฉพาะสำหรับแม่ที่จะช่วยปลูกฝังให้เห็นว่าในโลกไม่ได้มีแต่ตัวเรา เราไม่ได้เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง และความต้องการของเราเท่านั้นที่สำคัญที่สุด จนกลายเป็นตัวตนที่ไม่ใส่ใจว่าใครได้รับผลจากตัวตน หรือไม่สามารถรับรู้ทุกข์สุขของคนที่อยู่ร่วมโลกเดียวกัน การเรียนรู้ที่จะแบ่งปัน ทำให้เด็กๆ รู้จักมองออกไปจากตัวเอง ให้ในสิ่งที่ตนเองมีมากกว่า และอิ่มใจกับการให้

 

เรียนรู้และแบ่งปัน เมื่อการแบ่งปันเป็นการเรียนรู้สำคัญสำหรับลูก แม่และลูกจะร่วมสร้างการเรียนรู้นี้จากการใช้ชีวิตด้วยกันได้อย่างไร

 

ขจัดความคิดเข้าข้างตัวเอง จำไว้ว่าไม่มีใครได้ถ้าไม่มีใครให้ ถ้าเราไม่แบ่งปันเพื่อนก็ไม่แบ่งปัน ใครเริ่มก่อนก็ได้ แต่ด้วยความจริงที่มีคนเริ่มต้นการให้ จะมีการให้ที่ต่อเนื่องเกิดขึ้น โดยผู้ที่แบ่งปันไม่ได้หวังผลว่าจะต้องได้กลับมาที่ตนเอง แต่การเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน จะทำให้เราได้เห็น ได้รับรู้เรื่องการแบ่งปันไม่มีที่สิ้นสุด ความคิดที่อาจทำให้เผลอไป เช่น เสียเวลา ความจริงทุกคนมีเวลาเท่ากันหมด ‘ไม่เป็นไร’ ไม่เป็นไรสำหรับเรา แต่สำหรับคนอื่นเป็นอะไรหรือไม่ ‘ช่วยไม่ได้’ ช่วยไม่ได้หรือไม่ได้ช่วยกันแน่

 

ให้เวลาที่จะแบ่งปัน ถ้าวันนี้แม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองที่จะให้มากขึ้น ให้เวลากับตนเองที่จะเปลี่ยนแปลงความเคยชิน ถ้าไม่เคยให้ทางคนอื่นในการใช้รถใช้ถนน ก็เริ่มให้ทางกับรถคันอื่น ให้ทางกับคนข้ามถนน ลองหาเวลาของครอบครัวที่จะไปทำกิจกรรมที่ให้ประโยชน์กับคนอื่นร่วมกัน ให้เวลาถ้าลูกจะขอเวลาค่อยๆ ตัดใจให้สิ่งของที่เขามีเกินพอกับคนอื่น ช่วยให้เขาทำได้ในครั้งแรก ครั้งต่อไปเขาจะให้ได้เองโดยไม่ต้องบอก แต่ถ้าเขาต้องการจะเก็บของบางชิ้นไว้เป็นพิเศษ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ อย่าบังคับการให้ อย่าต่อว่าการไม่ให้ ใช้เวลาและการเรียนรู้ไปด้วยกัน จนเขารู้สึกอยากจะให้ด้วยความสบายใจ

 

ขอบคุณการให้ ถ้ามีใครให้อะไร แม้จะเล็กน้อย อย่าลืมที่จะกล่าวขอบคุณทุกครั้ง ลูกจะได้เรียนรู้ที่ยังรับรู้การให้จากคนอื่น และถ้าลูกเป็นฝ่ายให้ ต้องกล่าวขอบคุณลูกที่เขาแบ่งปันคนอื่น เขาจะรู้ว่าความชื่นใจจากการให้เกิดขึ้นทันที และประสบการณ์การให้ร่วมกันของครอบครัวจะกลายเป็นเวลาที่มีความสุขของครอบครัว จนทั้งตัวเราและลูกต่างก็มีความสุขจากการได้แบ่งปัน

โอกาสที่จะแบ่งปัน มองหาโอกาสที่จะได้แบ่งปัน นอกจากการใช้ชีวิตประจำวันที่สามารถให้ได้ตลอดเวลา แม่และลูกอาจจะเริ่มหากิจกรรมที่ยังไม่เคยทำ เพื่อที่จะได้ช่วยกันแบ่งปัน และอาจเป็นการแบ่งปันที่ต่อเนื่องระยะยาว จนการแบ่งปันนี้มีพลังมากพอที่ลูกจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากการแบ่งปันของตนเองที่ไปมีผลกับชีวิตของใครอีกคน และจะเป็นความประทับใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับทั้งครอบครัว

 

เกมการแบ่งปัน ในการเล่นของเด็กจะมีการแบ่งปันเกิดขึ้นเสมอ ในเด็กที่เล็กมาก ก่อน 2 ขวบ เด็กอาจจะเล่นอยู่กับตัวเองและสิ่งที่ตนเองสนใจ แต่เมื่อเริ่มโตขึ้น เด็กจะสนใจการเล่นกับคนอื่น การเล่นในช่วง 3-4 ขวบจะยังต้องการผู้ใหญ่ช่วยให้เกิดการเล่นร่วมกัน แม่ควรใช้เวลาเล่นร่วมกับลูก ช่วยให้พี่น้องรู้จักการแบ่งปันกันในการเล่น และช่วยให้ลูกเล่นแบ่งปันกับเพื่อนในวัยเดียวกัน หาเกมแบบที่ต้องรอรอบของตัวเองมาเล่นด้วยกัน ให้เขาเรียนรู้ความสนุกจากการรอรอบตัวเอง

 

คุยกันเรื่องการใช้ชีวิตที่แบ่งปัน สถานการณ์หลายอย่างทางสังคมอาจดูขัดแย้ง คล้ายกับไม่มีทางออก เช่น เด็กสองคนอยากเล่นของเล่นชิ้นเดียวกัน ถ้าคนหนึ่งได้เล่น อีกคนก็ไม่ได้เล่น ถ้าทั้งสองคนแย่งของเล่นกันเพื่อให้ตนเองได้เล่นก่อน ของเล่นอาจจะพังเสียหาย หรือคุณครูอาจเก็บของเล่นไม่ให้เล่น สรุปไม่มีใครได้เล่น แต่ถ้ามีการแบ่งปันกัน สถานการณ์นี้จะมีทางออก ซึ่งมาจากการแบ่งปัน เด็กๆจะเริ่มเรียนรู้ว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาในชีวิตได้ เหมือนเรื่องรถที่แย่งทางกัน จนไม่มีใครได้ไป ต้องมีคนยอมหยุดให้ทาง ทั้งสองฝ่ายก็ได้ไปทั้งคู่ เรื่องของแม่และเรื่องของลูกต่างแก้ปัญหาได้ด้วยการแบ่งปัน ยังมีเรื่องในสังคมที่ลูกมองด้วยสายตาของการแบ่งปันได้อีกมาก

 

ต้นแบบชีวิตจากพ่อและแม่ แน่นอนที่สุดเด็กรับรู้เรื่องการแบ่งปันจากพ่อและแม่ เห็นจากวิถีชีวิตของพ่อและแม่ สัมผัสได้จากความรู้สึกที่พ่อแม่ชวนให้เขาคิดถึงคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ธรรมชาติรอบตัว ถ้าเขารับรู้ความรู้สึกของคนอื่นได้พร้อมกับการรับรู้ความรู้สึกความต้องการของตนเอง และใช้การแบ่งปันเป็นทางเลือกของการใช้ชีวิต การแบ่งปันไม่ได้มีเฉพาะเรื่องสิ่งของหรือเงินทอง แต่เป็นการแบ่งปันความรู้สึกปรารถนาดี อยากจะแบ่งปันสิ่งที่ดีให้กับสิ่งที่อยู่รอบตัว

 

การช่วยกันแบ่งปันคงช่วยให้สังคมที่เร่งรีบ มีกระแสความเย็นช่วยประคองไม่ให้ต้องต่อสู้แย่งชิงกันจนร้อนรนไปมากกว่านี้