ต.ค.19

กิจกรรมปิดเทอม...เลือกแบบไหนลูกได้ประโยชน์

กิจกรรมปิดเทอม...เลือกแบบไหนลูกได้ประโยชน์

เดี๋ยวนี้คอร์สกิจกรรมเสริมทักษะมีมากมายนับไม่ถ้วนเลยค่ะ โดยเฉพาะช่วงปิดเทอม แต่ก่อนตัดสินใจพาน้องหนูไปเข้าคอร์ส ลองมาฟังทัศนะของ ดร.ศรินธร วิทยะสิรินันท์ ครูใหญ่ฝ่ายไทย โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา เกี่ยวกับการเลือกกิจกรรมให้เด็กๆ ก่อนค่ะ 

 

ความจริงแล้วเด็กวัย 3-6 ปีทำอะไรด้วยตัวเองได้หลากหลายอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านร่างกายที่สามารถเดินและวิ่งได้คล่องแคล่ว ทำกิจวัตรประจำวันได้เอง ทางด้านสติปัญญาก็สามารถรับรู้เหตุและผลได้ 

 

"การให้เด็กไปทำกิจกรรมเป็นทางเลือกที่สองนะคะ เพราะช่วงปิดเทอมเด็กควรจะได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่และทำกิจกรรมพร้อมกันทั้งครอบครัว แต่ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันที่พ่อแม่ก็ต้องทำงานเวลาในครอบครัวที่อยู่กับลูกก็น้อยลง ทำให้ตัวเลือกนี้เลื่อนขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรก แทนที่การอยู่บ้านกับพี่เลี้ยงให้เด็กนอนดูทีวี เล่นวิดีโอเกม หรืออยู่ที่บ้านเฉยๆ ซึ่งจะทำให้เด็กกลายเป็นคนเลื่อนลอย และยังไม่เกิดทักษะใดๆ ขึ้นมา" 

หากมองในด้านบวก กิจกรรมช่วงปิดเทอมก็ช่วยเสริมเจ้าตัวเล็กในเรื่องต่างๆ คือ 
- มีประสบการณ์ที่หลากหลายเพิ่มเติมจากในโรงเรียนและที่บ้านค่ะ 
- ได้เพื่อนใหม่และเรียนรู้ทักษะการเข้าสังคม 
- เสริมในส่วนที่ขาด ถ้าเจ้าตัวเล็กขี้อายก็อาจจะพาไปเรียนการละคร ซึ่งทั้งบรรยากาศและกลุ่มเพื่อนที่เรียนด้วยกันจะช่วยฝึกให้เด็กพัฒนาเป็นคนกล้าแสดงออกได้ด้วยสภาพแวดล้อมค่ะ 

ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่อยากจะเลือกกิจกรรมให้ลูกทำในระหว่างปิดเทอม ควรคำนึงถึงประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้ด้วยนะคะ 
1. เลือกกิจกรรมน่าสนใจ 
- นำเอกสาร แผ่นพับกิจกรรมมาให้ลูกเลือก 
- บอกข้อดี ข้อเสียของแต่ละกิจกรรมให้ลูกรู้ เช่น ถ้าลูกเลือกเรียนเทนนิส ก็บอกว่าลูกจะต้องเรียนกลางแจ้งซึ่งอาจจะร้อน แล้วถามดูว่าลูกชอบแบบไหน 
- เลือกให้เหมาะสมกับช่วงอายุของลูก 
- ดูวัตถุประสงค์ว่าช่วยเสริมพัฒนาด้านใดให้กับเด็กบ้าง 
- เนื้อหากิจกรรมต้องเหมาะกับบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวของเด็กด้วยนะคะ 
- อย่าเลือกกิจกรรมที่มีราคาแพงเกินกว่าจะเสียค่าใช้จ่ายได้ 

2. เลือกสรรสถานที่ 
ควรเลือกที่คุณพ่อคุณแม่สามารถไปส่งลูกเรียนสะดวกอาจจะอยู่ในทางผ่านที่ทำงาน หรือใกล้บ้านเพราะจะได้มีเวลาไปรับ-ส่ง เผื่อจะมีเวลาแวะไปดูลูกทำกิจกรรมด้วยไงคะ 

3. หลากหลายกิจกรรม 
ปิดเทอมของเจ้าตัวเล็กไม่ได้มีหนเดียว ปีนี้อาจจะลงคอร์สเรียนศิลปะ ปีหน้าเรียนดนตรี เพื่อให้เด็กเกิดประสบการณ์ที่หลากหลาย ไว้เป็นทุนให้เด็กๆ ได้เลือกสรรสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ตอนโตขึ้น 

4. เพิ่มความชำนาญในเรื่องที่ลูกชอบ 
ถ้าลูกมีความสนใจอยู่แล้ว เป็นโอกาสดีที่ช่วงนี้จะช่วยเสริมในเรื่องนั้นๆ เช่น ชอบเล่นเปียโน ตอนปิดเทอมคุณพ่ออาจจะส่งให้เรียนเปียโน เพื่อเรียนรู้การเล่นเปียโนในขั้นที่สูงขึ้นไป 

5. ส่งเสริมเรื่องที่โรงเรียนไม่มี 
ช่วงปิดเทอมควรหาเวลาผ่อนคลายหรือช่วยเสริมทักษะด้านอื่นๆ บ้าง แต่การเสริมทักษะต้องเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของเด็กๆ ด้วยค่ะ เช่น หากน้องชอบเตะฟุตบอล อาจหาคอร์สที่ช่วยฝึกพื้นฐานการเตะฟุตบอลที่ถูกต้อง 

6. กิจกรรมไม่ยากไม่ง่ายเกินไป 
กิจกรรมควรมีความท้าทายและใช้ความสามารถของเด็กที่มีอยู่ให้เต็มที่ เพราะจะช่วยพัฒนาทักษะของเด็กด้วยค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจจะเลือกหน่วยงานหรือองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ความเข้าใจเรื่องเด็กเป็นอย่างดีก็ได้นะคะ 

ดร.ศรินธร ย้ำค่ะว่า "พ่อแม่สมัยใหม่มี 2 แนวคือ คือ พ่อแม่แบบแรกจะคิดวางแผนแทนลูกหมดทุกอย่าง อีกแบบคือ ให้ลูกคิดเอง ไม่ได้ตระหนักว่าลูกยังไม่ได้อยู่ในวัยที่จะสามารถเลือกเองได้ทั้งหมด ตามใจลูกทุกอย่าง อยากทำอะไรก็ทำซึ่งจะไม่มีขอบเขต ทำให้เด็กเรียนรู้การไม่มีขอบเขตในการทำอะไรไปด้วยค่ะ 

การเลือกกิจกรรมให้ลูก พ่อแม่ต้องใช้วิจารณญาณ มีกรอบ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกด้วย จะได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพที่เขามีค่ะ” 

108 ไอเดียต้อนรับปิดเทอม 
ถ้าคุณพ่อคุณแม่พอมีเวลาว่างอยู่ที่บ้านหรือสามารถลาหยุดงานช่วงนี้ได้ ลองเลือกทำกิจกรรมที่ให้ไว้เป็นไอเดียสนุกกับน้องหนูดูสิคะ 

ชวนกันไปเที่ยวข้างนอก 
อาจจะเป็นพิพิธภัณฑ์เด็กหรือพิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นกรุงเทพ ที่อยู่ใกล้บ้านก็ได้รับความรู้มิใช่น้อยเลย 

งานฝีมือสุดเก๋ 
เลือกประดิษฐ์ของจากวัสดุเหลือใช้ ได้ฝึกกล้ามเนื้อเล็กจากการตัดกระดาษ ติดกาว แล้วยังช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้บรรเจิดอีกด้วยค่ะ 

ชวนกันเล่นกีฬา 
ไม่ว่าจะเล่นแบทหน้าบ้าน วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือเตะบอลที่สนามหญ้าก็ร่างกายแข็งแรงได้เหมือนกัน หรือถ้าจะให้สนุกก็ชวนกลุ่มเด็กๆ ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันตั้งเป็นชมรมเล็กๆ นัดเจอกันทุกเย็น เจ้าตัวเล็กได้เพื่อนใหม่แล้วช่วยเสริมสร้างพัฒนามนุษยสัมพันธ์ให้ลูกด้วย 

ของเล่นเสริมทักษะ 
แทนที่จะให้เล่นวิดีโอเกม หรือเกมคอมพิวเตอร์ ก็อาจจะให้เล่นต่อไม้บล็อก หรือต่อจิ๊กซอว์ก็ช่วยเสริมสร้างตรรกะทางคณิตศาสตร์ได้ 

ปลูกต้นไม้ 
ชวนปลูกต้นไม้ ให้เขาดูแลต้นไม้ด้วยตัวเอง รดน้ำเช้า-เย็น แค่ปลูกต้นไม้ 1 ต้นนี้ล่ะค่ะ จะช่วยเจ้าตัวเล็กเรียนรู้หลากเรื่อง ทั้งเรื่องของเวลา ฝึกความรับผิดชอบ แถมเรียนรู้วงจรชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้ด้วยนะคะ 

ช่วยงานบ้านเล็กๆน้อย 
ฝึกให้เจ้าตัวเล็กทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ บ้าง เช่น ให้เขาเก็บของเล่น หรือจัดสมุดนิทานที่มุมของเขาเอง ฝึกตั้งแต่วันนี้รับรองลูกจะเติบโตเป็นคนมีความรับผิดชอบค่ะ 

ทำบุญบริจาค 
พาไปเลี้ยงอาหารสัตว์พิการ เพื่อเรียนรู้เรื่องของการให้และความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับสัตว์ แล้วจะส่งผลให้เป็นคนมีจิตใจดีเมื่อโตขึ้นค่ะ 

รับรองว่าปิดเทอมนี้จะได้มีกิจกรรมที่ถูกใจทั้งพ่อแม่และน้องหนูแน่ค่ะ