พ.ย.2

6 ข้อที่ไม่ควรทำ...ถ้าอยากให้ลูกเลิกติดเกม

6 ข้อที่ไม่ควรทำ...ถ้าอยากให้ลูกเลิกติดเกม

 

 

 

 

ผู้เขียน : อรพร บาลี ทีมงาน Healthygamer.net

เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ นายแพทย์ชาญวิทย์ พรนภดล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลศิริราช

 

เคยไหมคะที่กลับมาถึงบ้านหลังจากทำงาน หรือหลังทำงานบ้านเสร็จเหนื่อยๆ พอเข้าไปในห้องก็เห็นลูกนั่งเล่นเกมหน้าคอมเสียแล้ว ด้วยความหงุดหงิด ประโยคแรกที่คุณพูดกับลูกก็เลยกลายเป็นว่า

 

“เล่นเกมมากไปอีกแล้วนะ”

 

พอพูดอย่างนี้ออกไป น้องๆ บางคนอาจยอมหยุดเล่นแต่ทำท่ากระฟึดกระฟัดใส่คุณ หรือบางคนนอกจากไม่ยอมเลิกเล่นแล้วยังทำตัวไม่น่ารักจนคุณต้องดุว่าต่อไปอีก กลายเป็นว่าตอนเย็นวันนั้นก็เริ่มต้นด้วยความรู้สึกไม่ดีต่อกันเสียแล้ว

 

ในยุคนี้เด็กกับคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ขาดไปเสียแล้วล่ะค่ะ พวกเค้าต้องใช้มันในการทำงาน ติดต่อกับเพื่อนฝูง อีกทั้งยังเป็นความบันเทิงใกล้ตัวที่จะเข้าไปเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเค้าขาดกิจกรรมอย่างอื่น หรือสิ่งอื่นที่จะดึงเค้าออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ ก็เป็นเรื่องง่ายมากที่เขาจะเล่นเกมมากเกินไปจนเข้าขั้น “ติดเกม”

 

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่หลายๆ ท่านคงจะกำลังเป็นกังวลเรื่องนี้อยู่ ว่าจะทำอย่างไรดีให้เขาเลิก หรือการกระทำอะไรของเรากันนะที่ทำให้ลูกยิ่งติดเกมกว่าเดิม

 

ครั้งนี้เรามาพูดถึงอะไรไม่ควรทำ (แต่คุณพ่อคุณแม่ก็มักจะทำ) กันก่อนดีกว่านะคะ คุณหมอชาญวิทย์ พรนภดล มีคำแนะนำดีๆ ให้ค่ะ ว่าอะไรที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำ...ถ้าอยากให้ลูกเลิกติดเกม

 

1. ตำหนิ บ่น ว่า แต่ไม่เอาจริง 

“เล่นนานไปแล้ว” “เลิกได้แล้วนะ” “เมื่อไหร่จะเลิกซักที” การพูดอย่างนี้บ่อยๆ ซ้ำๆ นอกจากจะไม่ค่อยได้ผลแล้ว ยังทำให้ลูกเกิดความรำคาญว่า ‘อะไรเนี่ย แม่บ่นอีกละ’หนักๆ เข้าก็กลายเป็นว่าไม่อยากคุยหรือเจอหน้าพ่อแม่ เพราะรู้ว่าเค้าจะต้องโดนต่อว่าแน่ๆ

 

2. จับผิด ไม่ไว้วางใจ ไม่เชื่อใจ

คอยจ้องจับผิด เวลาเปิดคอมก็ถามว่าเปิดเล่นเกมรึเปล่า พูดดักคอเวลาลูกใช้คอมพิวเตอร์ว่าอย่าเล่นเกมเชียวนะ หรือเวลาน้องๆ กลับมาถึงบ้านอาจจะถามว่า “เอ๊ะ วันนี้กลับช้า ไปแวะร้านเกมก่อนเข้าบ้านรึเปล่า?”

 การที่คุณพ่อคุณแม่ทำแบบนี้บ่อยๆ น้องๆ จะรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่เชื่อใจเค้า (แม้ว่าความจริงแล้วเค้าเองก็มีส่วนทำให้พ่อแม่ไม่เชื่อใจด้วยก็ตาม) แต่ความไม่ไว้วางใจ หวาดแระแวงซึ่งกันและกันนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อความสัมพันธ์เลยล่ะค่ะ

 

3. ใจอ่อนเมื่อลูกต่อรอง

ถึงกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้แล้วว่าเล่นเกมได้เท่านี้นะ แต่น้องยังอยากเล่นต่อ เลย

ต่อรองกับคุณว่า ‘ขออีก 10 นาทีน่า...อีกแป๊ปน่า’ไปๆ มาๆ 10 นาทีที่ว่าอาจลากยาวเป็นครึ่งชั่วโมง หรือหลายชั่วโมงเลยก็เป็นได้ ซึ่งพอต่อรองได้ครั้งหนึ่งก็มักจะมีครั้งต่อๆ ไป เพราะเค้ารู้ว่าพ่อแม่ไม่เอาจริง

 

การใจอ่อนอย่างนี้ไม่ได้มีผลกับแค่เรื่องเล่นเกมเท่านั้นนะคะ แต่จะมีผลต่อกฎเกณฑ์ทุกอย่างในบ้าน ถ้าลูกรู้ว่าคุณจะใจอ่อนแล้ว เป็นเรื่องยากที่เค้าจะทำตามกฎกติกาที่วางไว้เพราะคิดว่าจะมาต่อรองเอาทีหลังได้ ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อการรักษาระเบียบวินัยในตัวเองของเค้าในระยะยาว

 

4. ไม่เสมอต้นเสมอปลาย

คุณอาจเคร่งครัดต่อกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ได้ แต่ก็เป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว เช่น ตั้งกฎว่าอย่าเล่นเกม

เกิน 2 ชั่วโมง แต่ก็ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ซึ่งอาจเป็นเพราะความใจอ่อนของคุณ หรือความที่คุณไม่มีเวลา สุดท้ายแล้วกฎเกณฑ์เหล่านั้นก็จะไร้ความหมาย ไม่ต่างกับการใจอ่อนยอมให้ทุกครั้งเลยค่ะ

 

5. ผู้ปกครองขัดแย้งกันเอง

เมื่อลูกขอเล่นเกม คุณแม่อาจจะไม่ให้ แต่คุณพ่ออาจตามใจ เวลาเกิดความขัดแย้งกันอย่างนี้

 

น้องๆ ก็มักเลือกเข้าข้างฝ่ายทีให้ประโยชน์กับเค้ามากที่สุด ซึ่งอาจพัฒนากลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ได้ เช่น เค้าอาจรู้สึกว่าแม่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเค้า เป็นศัตรูกับเค้าไปเลย ในเรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่ควรมีจุดยืนร่วมกันค่ะ ว่าจะวางกฎกติกาของบ้านอย่างไร และตัวน้องๆ เองก็ต้องมีส่วนร่วมในการวางกฎกติกาด้วยนะคะ

 

6. รู้สึกผิด

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจรู้สึกไม่ดีเวลาที่ต้องขัดใจลูก ไม่อยากให้ลูกเสียใจ หรือผู้ปกครองหลายคนอาจรู้สึกผิดเพราะมองว่าตนเองไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูกจึงอยากชดเชยด้วยการยอมให้เล่นเกม สุดท้ายแล้วเกมอาจกลายเป็นเสมือนพี่เลี้ยงเด็ก น้องๆ ได้ใช้เวลากับมันมากกว่าอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เสียอีก ซึ่งถ้าเค้าผูกพันกับมันมากๆ ภายหลังพอเราเริ่มคิดว่าลูกชักจะติดเกมแล้วนะ พยายามจะดึงเขาออกมา คุณพ่อคุณแม่จะยิ่งลำบากใจมากกว่าการขัดใจในช่วงเริ่มแรกเสียอีกนะคะ

 

ทั้งหมดนี้คือคำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังอยากให้ลูกเลิก หรือลดเวลาเล่นเกมลงบ้าง คุณพ่อคุณแม่ลองนำไปปรับใช้กันนะคะ และคราวหน้า เราจะมาพูดถึง สิ่งที่ควรทำ...ถ้าอยากให้ลูกเลิกติดเกม กันบ้าง

 

ท่านใดที่มีคำถามเกี่ยวกับปัญหาติดเกมของน้องๆ สามารถเข้ามาฝากคำถามที่  http://www.healthygamer.net/webboard/   ได้ตลอดเวลาค่ะ Healthygamer มีทีมจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาไว้คอยตอบคำถามของทุกท่านค่ะ