พ.ย.8

จิตแพทย์แนะ 4 เทคนิคสอนลูกใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก

จิตแพทย์แนะ 4 เทคนิคสอนลูกใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก

 

 

 

 

 

เด็กยุคใหม่กับการใช้สมาร์ทโฟน ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถติดต่อกับโลกออนไลน์ได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น จากเดิมต้องใช้กับคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ปัจจุบันจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้าสู่โซเชียลเน็ตเวิร์กได้ ทั้งจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือแอปพลิเคชันต่างๆ บนสมาร์ทโฟน ทำให้หลายครอบครัวมีปัญหาว่าลูกใช้เวลาอยู่ในสังคมออนไลน์มากเกินไป จนไม่มีเวลาทำการบ้าน ไม่มีเวลาพักผ่อน หรือบางคนไม่ยอมไปไหนกับพ่อแม่เลย

       เรื่องนี้ พญ.ภัทรวรรณ ขันธ์แก้ว จิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์ ระบุว่า การติดต่อสื่อสารกันโดยผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ถือเป็นเรื่องปกติไปแล้วในปัจจุบัน เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว ประหยัด และสร้างความเพลิดเพลินสนุกสนาน โดยเฉพาะวัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการเพื่อน ต้องการการยอมรับจากคนรอบข้าง เมื่อมีคนมากดไลค์ หรือคอมเมนต์ หัวใจก็จะพองโต บางคนใช้เป็นช่องทางในการหาเพื่อนใหม่ เพื่อนต่างเพศ ต่างโรงเรียน ถ้าหากใช้เป็นก็จะเกิดผลดี แต่หากใช้ไปในทางที่ผิดก็อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ยิ่งในปัจจุบันมักจะมีพวกมิจฉาชีพ หรือคนไม่ดีแอบแฝงเข้ามาฉกโฉยโอกาส ล่อลวง หรือกระทำไม่ดีต่อเด็กที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และยังอ่อนต่อโลกได้


       “พ่อแม่ควรเรียนรู้การใช้สื่อที่เหมาะสมตามวัยของเด็ก เหมือนวิธีเลือกหนังสือให้ลูกอ่านตามวัยนั่นแหละค่ะ ถ้าบางกรณีเด็กเห็นอะไรที่ไม่เหมาะสมทั้งข้อความ หรือรูปภาพแล้วมาถาม ก็ให้สอนและตอบคำถามเท่าที่เด็กวัยนั้นควรจะรู้ และตอบในเชิงวิชาการ มีรูปภาพประกอบชัดเจน หลักการก็เหมือนคู่มือคอยนำทางและให้ทางเลือกแก่เรา ส่วนรายละเอียด และวิธีการในการกระทำยังคงมีความแตกต่างกันไปบ้างเพื่อให้ได้คุณสมบัติที่พ่อแม่ต้องการ แต่เชื่อว่า ด้วยความรักความเข้าใจของพ่อแม่ จะสามารถช่วยลูกและเป็นหลักให้ลูกได้เรียนรู้และพัฒนาไปในทางที่ดีได้”

     
       สำหรับแนวทางในการแนะนำลูกเกี่ยวกับการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กได้อย่างถูกต้องเหมาะสมนั้น จิตแพทย์ท่านนี้ได้แนะ 4 แนวทาง ดังต่อไปนี้

       1.พ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้สื่อต่างๆ ซึ่งสามารถสอนได้ตั้งแต่เด็ก คือ ใช้เท่าที่จำเป็น เช่น โทรศัพท์ควรพูดธุระสั้นๆ ไม่ควรโทรศัพท์พูดคุยกับเพื่อนของแม่นานๆ ให้ลูกเห็น เพื่อแสดงให้ลูกรู้ว่าเรามีโทรศัพท์เพื่อความสะดวกในการติดต่อกัน การพูดนานๆ อาจทำให้คนที่มีธุระจำเป็นจริงๆ ติดต่อเข้ามาไม่ได้ สอนให้ลูกใช้โทรศัพท์ติดต่อในกรณีจำเป็น เช่น จะกลับบ้านผิดเวลาหรือเกิดอุบัติเหตุ

       2.ควรมีขอบเขตความพอเหมาะและกำหนดขอบเขตอย่างชัดเจน โดยการพูดคุยกับลูกให้เข้าใจ และยอมรับในหลักการ เช่น ให้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในช่วงเวลาใด เช่น 1 ทุ่ม 2 ทุ่ม เท่านั้น ถ้าไม่มีความจำเป็น ไม่ควรใช้นอกช่วงเวลาที่กำหนด แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ จะต้องขออนุญาต หรือให้เล่นกับเพื่อนๆ ได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งรายละเอียดของขอบเขตการใช้อาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละครอบครัว บางกรณีคิดว่าถึงห้ามก็ไม่เชื่อฟังหรอก หรือเราเป็นฝ่ายตามคุมเขาไปตลอดไม่ได้แน่ แล้วทำอย่างไรดี พ่อแม่ควรใช้วิธีโอนอ่อนผ่อนตาม ตามความต้องการลูกบ้าง แต่ให้อยู่ในกติกาที่ตกลงกัน จะได้สบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย     

       3.การให้ลูกยอมรับกฎ หรือวินัยของบ้าน ควรคำนึงถึงหลักการดังนี้ คือ สมเหตุสมผล ชัดเจน และไม่คลุมเครือ กล่้าวคือ พ่อแม่ต้องทำจริง และมีความสม่ำเสมอในกฎ อย่าทำบ้าง ไม่ทำบ้างแล้วแต่อารมณ์ เพราะการสร้างวินัยจำเป็นต้องทำด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ ต้องกล้าตั้งกฎเกณฑ์ให้ลูก ไม่ควรปล่อยให้ลูกเติบโตไปในทิศทางที่น่ากลัว หรือไร้ทิศทาง เพราะจะเป็นอันตรายต่อเด็กและสังคมได้   

       4.ในช่วงวัยรุ่น พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเรื่องการคบเพื่อน เพราะลูกสามารถเลือกเพื่อนของเขาเอง มีปัญหาอะไรก็แก้ไขเองได้ หรืออาจปรึกษาพ่อแม่บ้าง ดังนั้นถ้าเราเลี้ยงลูกเหมาะสมแล้ว เด็กจะสามารถแยกแยะได้ว่าเพื่อนคนไหนนิสัยดี หรือไม่ดี แต่พ่อแม่ก็ควรมีหลักเกณฑ์และขอบเขตให้แก่เด็ก คือ เพื่อนคนนั้นไม่เป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น ไม่รบกวนเรื่องการเรียนซึ่งเป็นหน้าที่หลัก ไม่รบกวนหรือวุ่นวายกับคนอื่นมากเกินไป ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และสุดท้ายต้องอยู่ในกรอบของวัฒนธรรมที่ดี

 

        "การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในปัจจุบันนั้นเป็นเหมือนดาบสองคม คือ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น พ่อแม่จึงต้องทำความเข้าใจ และจะต้องทำหน้าที่เป็นเหมือนพี่เลี้ยงให้กับลูก โดยสามารถสื่อสารพูดคุยกับลูก เพื่อเด็กจะได้รู้สึกว่ามีโอกาสใช้สื่อ ไม่ได้ถูกห้าม ในขณะเดียวกันก็จะต้องหาทางแนะนำ สอนให้เด็กรู้จักวางแฟนว่าจะใช้อย่างไรเพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาหรือรบกวนกิจกรรมอื่นๆ ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการบ้าน หรือทำงาน" จิตแพทย์ท่านนี้ทิ้งท้าย