ธ.ค.16

7 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับดวงตาของเด็กก่อนวัยเรียน ที่เกิดจากหน้าจอแท็บเล็ต

7 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับดวงตาของเด็กก่อนวัยเรียน ที่เกิดจากหน้าจอแท็บเล็ต

          เรื่องของ "แท็บเล็ต" เป็นเรื่องที่เราไม่ควรให้เด็กอยู่กับมันมากอยู่แล้ว อย่างที่เรารู้ว่าเด็กต่ำกว่า 2 ขวบไม่ควรใช้แท็บเล็ต เพราะจะมีผลทำให้เด็กสื่อสารได้ช้า มีอาการคล้ายกับออทิสติก ในเรื่องของดวงตาไม่ใช่เแพาะเด็กเพียงวัยเดียวเท่านั้น ยังเกิดขึ้นขึ้นกับผู้ใหญ่ด้วย ไม่ใช่แค่กับแท็บเล็ตอย่างเดียว พวกหน้าจอต่างๆ ที่เป็น Screen เหล่านี้ล้วนปล่อยรังสีออกมาทั้งนั้นซึ่งก็มีผลเสียต่อดวงตา สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันเรายังไม่เจอเคสที่รุนแรงในเด็ก ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่ยังรักษาได้ตามอาการได้แก่

1. ตาแห้ง...เพราะไม่กะพริบตา เคสที่เข้ามารักษากับคุณหมอส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของตาแห้ง โดยปกติไม่ว่าจะผู้ใหญ่หรือเด็กหากจ้องหรือเพ่งมองอยู่กับอะไรนานๆ เรามักจะลืมกะพริบตาจนเกิดอาการตาแห้ง พบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และในวัยรุ่นเป็นส่วนมาก เมื่อสอบถามกลับไปก็พบว่าเกิดจากการจ้องหน้าจอนานๆ ทั้งวัน รวมถึงถ้าใช้สายตามากๆ ก็จะกระตุ้นทำให้เกิดตาแห้งได้มากยิ่งขึ้น

2. ผิวกระจกตาเป็นแผล...ผลต่อเนื่องจากตาแห้ง ผิวกระจกตาเป็นแผลนี้มีสาเหตุต่อเนื่องมาจากการที่เราปล่อยให้ตาแห้งนานๆ โดยไม่ได้รับการรักษา ซึ่งหากพบตั้งแต่เนิ่นๆ หมอจะแนะนำให้ปรับไลฟ์สไตล์ ลดเวลาอยู่กับหน้าจอ หยอดน้ำตาเทียมหรือหากอาการหนักมากก็ต้องให้ยาเพื่อกระตุ้นต่อมน้ำตาให้ผลิตน้ำตามากขึ้นค่ะ

3. สายตาสั้น...ปัญหาจากการจ้องใกล้เกินไป ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ (วัย Pre-school and school age) หากใช้อุปกรณ์พวกนี้มากจะกระตุ้นให้สายตาสั้นเร็วขึ้นมาก เพราะบางคนมีกรรมพันธุ์เป็นสายตาสั้นอยู่แล้วและหากใช้มากๆ จะทำให้มีการกระตุ้นการเป็นสายตาสั้นมากขึ้นเป็นสายตาสั้นถาวร ความสัมพันธ์อย่างหนึ่งระหว่างดวงตากับแท็บเล็ต ทางการศึกษาวิจับพบว่าการใช้สายต่ระยะใกล้มากๆ เช่น เล่นแท็บเล็ต อ่านหนังสือมีผลกระตุ้นทำให้เด็กเป็นสายตาสั้นกันมากขึ้น จากการศึกษาในประเทศออสเตรเลีย พบว่าเด็กที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งแวดล้อม (outdoor activity) วันละ 8-10 ชั่วโมง มีโอกาสเป็นสายตาสั้นน้อยกว่าเด็กที่ใช้ชีวิตนั่งนิ่งๆ อยู่แต่ในบ้าน ดังนั้นควรให้เด็กมีกิจกรรมนอกบ้านบ้าง อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ผู้อื่นอีกด้วย

***อ่านหนังสือใกล้ๆ ก็ไม่แนะนำเหมือนกัน... หลายประเทศอย่างเกาหลี ญี่ปุ่น จะมีเคสสายตาสั้นเยอะมาก เพราะเขาอ่านหนังสือเยอะ***

4. คอนแท็กต์เลนส์ยังไม่เหมาะกับเด็ก ยังไม่ควรให้เด็กใส่คอนแท็กต์เลนต์ เพราะต้องมีการดูแลทำความสะอาดและเด็กไม่สามารถดูแลเองได้ จะเกิดปัญหาการติดเชื้อซึ่งอาจทำให้ตาบอดได้

***ปัจจุบันมีคอนแท็กต์เลนส์ตัดแสงไหม ปัจจุบันมีคอนแท็กต์เลนส์ตัดแสงยูวีอยู่แล้ว แต่ไม่มีคอนแท็กต์เลนส์รุ่นไหนที่ออกแบบพิเศษมาเพื่อการใช้แท็บเล็ตโดยเพราะ***

5. ตาเขชั่วคราว...พบเร็ว รักษาให้เร็ว ถ้าหากพบว่าลูกตาเหล่ ตาเข ตาส่อน อย่าปล่อยให้เป็นนาน ต้องรีบมารักษา ยังพอมีวิธีรักษาทันค่ะ อาจจะหายได้เอง หรือให้ใส่แว่นปรับสายตา ตาเขชั่วคราวเกิดจากอ่านหนังสือใกล้ๆ ใช้สายตาเขม้นมากเกิดไป ตาเขบางประเภทไม่เกี่ยวกับการใช้หน้าจอ ดังนั้นต้องมาตรวจกับคุณหมอก่อนว่ามีภาวะที่กล้ามเนื้อตาบีบตัวมากกว่าปกติหรือเปล่า ตาเขบางชนิดทำให้เกิดตาขี้เกียจได้อีกด้วย

6. ตาขี้เกียจ...ตาไม่พัฒนาไปตามวัย ตาขี้เกียจคือโครงสร้างอวัยวะภายในของดวงตาไม่พัฒนา เกิดจากการมองเห็นได้ไม่ดีในตอนเด็กๆ ทำให้สมองไม่พัฒนาตาม สุดท้ายแล้วดวงตาจะไม่พัฒนาไปตามอายุเด็ก อาจจะเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นตาข้างที่มัว มองไม่เห็น หากพบตอนเด็ก ยังพอแก้ไขได้ค่ะ แม้จะไม่ส่งผลกับพัฒนาการไอคิวหรืออีคิวของเด็ก แต่มีผลต่อบุคลิกภาพ เพราะตาข้างที่ขี้เกียจจะกลายเป็นตาเหล่นั้นเอง ดังนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกเป็นตาขี้เกียจ ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ ไม่ควรรอ หรือใบางคนกว่าจะไปพบคุณหมอก็โตเกินที่จะทำการรักษาได้แล้ว

7. Computer Vision Syndrome กลุ่มอาการคล้ายติดเกม เด็กที่ติดแท็บเล็ตจะมีอาการคล้ายกับติดคอมพิวเตอร์ สิ่งที่เพิ่มเติมจากอาการตาแห้งและอื่นๆ คือจะรู้สึกขาดไม่ได้ ที่พบแน่ๆ ทำให้สายตาสั้นมากขึ้น สายตาจะเปลี่ยนบ่อยๆ ทำให้มึนหัวนอกเหนือไปจากนั้นอาจมีอาการปวดคอ ปวดหลัง เสียบุคลิกภาพอีกด้วยค่ะ

 

          ผู้ปกครองบางคนกลัวว่าถ้าไม่ให้ลูกเล่นแท็บเล็ตโตขึ้นอาจจะตามไม่ทันเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร online หากถามหมอว่าแนะนำให้ใช้ไหม แนะนำให้ใช้อย่างพอประมาณ ไม่ควรให้เล่นเป็นระยะเวลายาว ใช้อยู่ในวิจารณญาณของผู้ใหญ่เพราะมีผลต่อพัฒนาการส่วนหนึ่งด้วย ถ้าใช้ 30 นาที พักสายตา 15 นาทีเป็นอย่างน้อย ผู้ใหญ่อย่างเราเองก็เช่นเดียวกันค่ะ ควรดูแลถนอมดวงตาให้ดี เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่ต้องใช้งานไปตลอดชีวิต ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน เรามาถนอมดวงตาไว้ใช้ระยะยาวๆ ดีกว่านะคะ

 

ขอบคุณข้อมูล

อ.พญ.แพร์ พงศาเจริญนนท์ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจอตาและวุ้นตา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย