ธ.ค.18

เวลาที่หายไป

เวลาที่หายไป

 

การคุยโทรศัพท์กับเพื่อนร่วมงานนาน ๆ ทำให้ดึงดูด เวลาที่สำคัญออกไป

ทุกท่านเคยประสบปัญหาเวลาไม่พอใช้ ไม่ใช่แค่คนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ก็ประสบปัญหาเวลาไม่พอใช้ เช่น ปัญหาเรื่องการไม่มีเวลาอ่านหนังสือ แม่บ้านที่อยู่ที่บ้าน กับบอกว่า ไม่มีเวลาพักผ่อนเพราะเวลาไม่พอใช้  

เด็กนักเรียนใช้เวลาไปกับการเล่นเกมแล้วก็บอกว่าไม่มีเวลาอ่านหนังสื่อ 

สาเหตุของเวลาไม่พอใช้

1. การสร้างภาพตัวเอง คือการพยายามทำตัวยุ่งตลอดเวลา ทำให้คนอื่นรู้ว่าเรามีประสิทธิภาพในการทำงาน เราไม่ควรจะใส่ใจกับเรื่องสร้างภาพ ให้โฟกัสเรื่องเป้าหมายเป็นหลัก และก็ทำเพื่ออะไร

2.  ระบบงานในองค์กร อีเมล์ การตอบจดหมาย การคุยโทรศัพท์กับเพื่อนร่วมงานนาน ๆ ทำให้ดึงดูดเวลาที่สำคัญออกไป วิธีแก้ให้พักเรื่องการคุยโทรศัพท์ยุติกิจกรรมที่ไม่จำเป็นออกไป เริ่มต้นสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับองค์กร  และมีการประเมินตนเอง  

3.  การที่ชอบทำอะไรด้วยตนเอง ไม่แจกงานให้ลูกน้อง สาเหตุเกิดจากการไม่ไว้ใจใคร ไม่มั่นใจในควาสามารถตัวเอง คือว่ากลัวคนอื่นจะดูไม่ดี ไม่มีความเป็นผู้นำ ขาดการถ่ายทอด

 

 

 

4.  เทคโนโลยีใหม่ ๆ ปัจจุบันนี้มีอุปกรณ์เทคโนโลยีหลายอย่าง เช่น บีบี ไอแพด การที่จะทำความเข้าใจเรียนรู้วิธีการใช้งานมันเสียเวลา  ให้เอาผู้ที่มีความรู้มาสอน จะช่วยประหยัดเวลาได้ 

5.  การกำหนดสัดส่วนของกลุ่มเป้าหมายในประเภทต่างๆ คือ เราไปให้ความสำคัญกับกลุ่มหนึ่งมาก  เกินไปและเราเสียเวลากับกลุ่มนั้นมาก โดยที่ผลประโยชน์ได้น้อย หมายถึงกลุ่มเป้าหมายกลุ่มลูกค้า

     สมมติ เรามีร้านขายปลีก มันจะมีกลุ่มลูกค้า 4 ประเภท ประเภทที่ 1 จุกจิกซื้อน้อย ประเภทที่ 2 จุกจิกซื้อมาก ประเภทที่ 3 ซื้อมากไม่จุกจิก ประเภทที่ 4 ซื้อน้อยและไม่จุกจิก เราจะควรแบ่งสัดส่วนให้กลุ่มที่จุกจิกน้อยก่อน ถ้าเค้าซื้อน้อยแต่ไม่จุกจิก แสดงว่าเค้ามีความสนใจในการซื้อสินค้าเรา เค้าอาจจะไปบอกต่อได้ กลุ่มที่เราไม่ต้องให้ความสำคัญมาก กลุ่มที่จุกจิกมากซื้อสินค้าน้อย และจุกจิกมากซื้อมาก เพราะทำให้เราเสียเวลาที่จะไปให้ความสำคัญ

6.  กลัวการเสียหน้า คนเราเวลาทำงานมันก็มีความผิดพลาดบ้าง มีความล้มเหลวบ้าง วิธีการแก้  ล้มเหลวมี 2 วิธี 1. ไม่ต้องกลัวเสียหน้า 2. ตั้งเป้าให้สูงเข้าไว้ เพราะว่าพอเราตั้งเป้าสูง อุปสรรคจะเป็นเรื่องเล็ก  

7.  หลุมพรางแห่งค่านิยมของสังคมนั้น ๆ เป็นค่านิยมของกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จ เช่น การซื้อรถหรู ซื้อบ้านแพง ๆ เป็นหลุมพลางที่ทำให้ชีวิตเราต้องโฟกัสเกี่ยวกับเรื่องการหาเงิน เพื่อจะมาตอบสนองความต้องการของเรา ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ผิด เนื่องจากชีวิตเราไม่จำเป็นที่ต้องการหาสิ่งเหล่านี้ เรามีความสุขในการใช้รถในการไม่แพง การมีที่พักอาศัยที่ถ่ายเทสะดวก ให้เรามองเรื่องประโยชน์เป็นหลัก และให้เราเอาเวลาที่เหลือไปใช้ในการพัฒนาประโยชน์คืนกลับสังคม มองโลกให้กว้างขึ้น โลกมีหลายมิติ

 

 อุปกรณ์เทคโนโลยีหลายอย่าง เช่น บีบี ไอแพด การที่จะทำความเข้าใจเรียนรู้วิธีการใช้งานมันเสียเวลา  

 

วิธีเลี่ยงหลุมพราง

1. ต้องเปลี่ยนโหมดตัวเอง อย่าตั้งโหมดรับต้องตั้งโหมดลุก ต้องวางแผนงานก่อนการทำงาน แต่ละวันต้องถามตัวเองก่อนว่าวันนี้เราจะทำอะไร 

2. สร้างความสมดุลในชีวิต อย่าไปโฟกัสเรื่องงานอย่างเดียว   ชีวิตเรามีหลายมิติ

3. การจัดระเบียบ การจัดระเบียบในการวางสิ่งของ จัดระเบียบชีวิตตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง 

4. นอนให้พอ  การนอนให้นอนแต่หัวค่ำ ตื่นแต่เช้า บางคนเข้าใจว่าการทำงานหนักนอนดึกและจะได้เวลางานมาก จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ คือเวลาที่ได้มาเป็นเวลาที่ไม่มีประสิทธิภาพ หมายถึงช่วงเช้าเราอาจจะเสียไปทั้งเช้า เสียไปทั้งบ่ายเลย กับสมองที่มันไม่ปลอดโปร่ง มึน ๆ แต่ถ้าเรานอนพอ ในช่วงเช้ากับช่วงบ่ายของเรา อาจจะเป็นช่วงเช้าที่ดีมากเลย จัดการปัญหาต่าง ๆ ได้ ดีจริง ๆ 

5. ทำทีละอย่าง อย่าทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน

 

 

ไม่แจกงานให้ลูกน้อง สาเหตุเกิดจากการไม่ไว้ใจใคร ไม่มั่นใจในความ สามารถตัวเอง

ข้อคิดในการบริหารเวลา 2 ข้อ ดังนี้

1. การลงมือทำ คนส่วนใหญ่มักจะหมดเวลาไปกับการจด ๆ จ้อง ๆ ตั้งท่าว่าจะทำ แต่ว่าไม่ลงมือสักที 

2. ยังไม่พร้อม เช่น เวลาจะทำงาน  เงื่อนไขยังไม่พร้อม ต้องรอทุกอย่างให้สมบรูณ์แบบ ความพร้อมของเราอยู่ที่ใจ เริ่มลงมือเลย เดี๋ยวสุดท้ายก็จะสำเร็จ

          2.1อย่ามัวแต่คิด 

          2.1ต้องมีการวางแผน คิดถึงเป้าหมาย

             ถ้าอยากจะจัดสรรเวลาตัวเองให้เป็นประโยชน์จริง ๆ ล่ะก็  วิธีการเช็คมีอยู่ว่าเอากระดาษขึ้นมา แล้วจดเริ่มต้นประมาณสัก 7 วันแรกให้จริงจังหน่อย ตกเย็นเลิกงานกลับบ้านแล้ว เขียนเลยว่าวันนี้ทำอะไร แล้วเราจะพบว่าอะไรที่มันคุ้มอะไรที่มันเสียไปอย่างไม่ค่อยคุ้มค่า ถ้าเกิดทั้งวันตัวเองจำไม่ได้ พักเที่ยงจดสักที ตกบ่ายจดอีกรอบ จดจริง ๆมันแค่ 4 -5 นาทีก็เสร็จแล้ว กลางคืนจดอีกที แล้วมาทบทวนตัวเองดู เราจะพบว่าเรามีเวลาศนูย์เปล่า เวลาที่เสียไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเยอะทีเดียว เวลาที่ใช้งานเป็นสาระสำคัญเป็นประโยชน์จริง ๆ มันแค่นิดเดียว ถ้าเราจัดเวลาตรงนี้มากขึ้น เราจะบริหารเวลาได้ดีกว่าเก่าอีกเยอะ ทำเช็คแบบนี้แค่ 7 วัน เราจะรู้จักตัวเองขึ้นมาอีกอย่างมหาศาล