ธ.ค.13

[การ์ตูน] เหตุเกิดในร้านอาหาร...ที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่อาจเคยเจอ

ผู้เขียน /ภาพประกอบ : อรพร บาลี ทีมงาน Healthygamer

 

เหตุการณ์นี้ผู้เขียนเจอกับตัวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง วันนั้นครอบครัวไปฉลองวันเกิดให้หลานๆ กันที่ร้านอาหาร ปรากฏว่า มีหลานๆ 2 คนไม่ยอมกินข้าวเพราะห่วงแต่จะเล่น ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดแปลกจากเรื่องปกติเท่าไร เพราะตอนเด็กๆ ผู้เขียนก็ชอบหนีจานข้าวแล้วไปวิ่งเล่นเหมือนกัน (กรรมพันธุ์?) เพียงแต่ว่า...คุณผู้อ่านคะ เด็กสมัยนี้มันเอนเตอร์เทนตัวเองไม่เหมือนสมัยผู้เขียนแล้วล่ะค่ะ...

 

 
 
 
คุณหลานทั้งสองของผู้เขียนเป็นอย่างในการ์ตูนเป๊ะเลย คือพอได้มือถือก็นั่งจิ้มเกมในมือถือกันอย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ไม่ดื้อ ไม่ซน และ ไม่ทานข้าว (ฮ่าๆ - -) เทียบกับตัวเองสมัยก่อนอายุเท่านี้อิฉันยังโดดยางเหยงๆ อยู่เลย แถมมีหลานอีกคนที่ไม่น้อยหน้า อายุชียังไม่ 2 ขวบดีก็ไฮเทคตามพี่สาวมาติดๆ เมื่อปีที่แล้วเธอพูดได้อยู่คำเดียวคือ "ไก่" มาปีนี้ถามวันเกิดอยากได้อะไรชีตอบ "ไอโฟน!" (และแน่นอนค่ะผู้เขียนไม่มีปัญญาซื้อให้ชัวร์ๆ...)
 
 
คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะอ่านแล้วรู้สึกว่า ก็ดีสิ ลูกจะได้เก่งเทคโนโลยีไวๆ และอาจชอบใจที่ลูกได้มือถือไปก็นั่งเงียบๆ ไม่ดื้อไม่ซน ทานข้าวอิ่มสบายพุง ซึ่งจุดนี้ผู้เขียนก็เข้าใจดีมากกกกก เพราะแอบรำคาญหลานตัวเองที่มาโดดเหย็งๆ อยู่เหมือนกัน เงียบซะ ชั้นจะกินปู แต่หลานตัวเองทั้งคนจะให้เบิ๊ดกะโหลดแรงๆ ก็ทำไม่ลง และทำแล้วมันก็ไม่หายลิงด้วย ทางออกที่เวิร์กและง่ายที่สุดก็เห็นจะเป็นเครื่องเกมและมือถือเนี่ยแหละ
 
 
แต่!...แน่นอนทุกอย่างย่อมมีแต่...การให้ลูกเล่นมือถือเมื่อเค้าดื้อหรือซน มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียไปพร้อมๆ กันค่ะ  คุณหมอชาญวิทย์ พรนพดล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นจากโรงพยาบาลศิริราช ได้ฝากคำเตือนถึงคุณพ่อคุณแม่ว่า มือถือและเครื่องเกมอาจจะช่วยพัฒนาทักษะและช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับเทคโนโลยีก็จริง แต่การให้เขาเล่นของพวกนี้มากๆ ก็อาจทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาส่วนอื่นๆ ไป เช่น การพัฒนากล้ามเนื้อจากการหยิบจับสิ่งของ วิ่งเล่น ทักษะการเข้าสังคม โดยเฉพาะถ้าให้เด็กเล็กเล่นแต่กับเครื่องเกม เขาจะเสียโอกาสการได้เข้าสังคมวิ่งเล่นกับเพื่อนๆไป
 
คุณหมอจึงได้แนะนำว่า ถ้าอยากให้ลูกเล่นหรือหัดใช้มือถือจริงๆ ก็ทำได้ แต่ก็ไม่ควรใช้เป็นวิธีแก้ปัญหาเวลาลูกซนทุกครั้ง สำหรับเรื่องการเข้าร้านอาหารนั้น คุณหมอก็ฝากเทคนิคกำราบลูกลิงตอนเวลาเราเข้าร้านอาหารโดยไม่ต้องพึ่งไอโฟนมาดังนี้ค่ะ
 
  • ก่อนจะออกจากบ้าน ต้องแพลนให้เสร็จสรรพ คุณพ่อคุณแม่แต่ละท่านย่อมต้องรู้นิสัยลูกของตนดีอยู่แล้ว ก่อนจะออกจากบ้านไปทานข้าวที่ไหนกัน ถ้าอยากจะเอนจอยกับอาหารมื้อนั้นโดยให้เกิดความวุ่นวายน้อยที่สุด ก็เลือกร้านที่มีสิ่งที่ลูกชอบ อย่างเช่น มีของกินที่ลูกชอบ มีสถานที่ให้วิ่งเล่น สิ่งเหล่านี้จะช่วยซื้อเวลาจากลูกๆ ได้บ้าง หรือบางบ้านที่น้องๆ ทานยาก ก็อาจต้องพกอาหารที่เขาทานได้มาจากบ้านค่ะ (ตรงนี้ บ้านผู้เขียนเองก็เป็น)
  • พกของเล่นที่ลูกชอบไปด้วย เป็นธรรมชาติของเด็กที่ไม่ชอบอยู่นิ่งนานๆ และถ้าคุณไม่อยากให้เด็กๆ มัวแต่หยิบเครื่องเกมหรือมือถือมาเล่น ก็พกของเล่นที่เขาชอบเล่นไปให้ด้วย หรือจะเป็นพวกกระดาษดินสอให้เขาขีดๆ เขียนๆ ระหว่างที่คุณกำลังทานข้าวก็ได้
  • หาโอกาสไปกับญาติหรือเพื่อนที่มีลูกเล็กๆ เพื่อให้น้องๆ ได้ไปวิ่งเล่นด้วยกัน (เด็กๆ เล่นคนเดียวเดี๋ยวก็เบื่อ และจะหันไปหาเกมเอาได้) และเป็นการส่งเสริมทักษะการเข้าสังคมด้วย หรือถ้าไปกันแค่เป็นการส่วนตัว ก็ควรเลือกร้านอาหารที่มีเครื่องเล่น และเลือกเวลาที่ครอบครัวอื่นๆ มักไปกันเช่น ช่วงเวลาเย็น เพื่อน้องๆ จะได้เพิ่มโอกาสเจอเพื่อนได้เพิ่มมากขึ้นค่ะ เด็กๆ ผูกมิตรกันเร็วอยู่แล้ว
  • คาดหวังตามความเป็นจริง ยังไงเด็กก็คือเด็ก เราจะหวังให้เขาเรียบร้อยไปเสียทุกอย่างตามแต่ใจเราก็คงไม่ได้ หากรู้สึกว่าเราได้ทำทุกอย่างของเราเต็มที่แล้ว ก็ปล่อยให้น้องๆ เขาได้เล่นเถอะค่ะ