ธ.ค.14

เลี้ยงลูกแบบ "เพื่อน" อย่างไรไม่ทำให้เกิดปัญหา

เลี้ยงลูกแบบ "เพื่อน" อย่างไรไม่ทำให้เกิดปัญหา

อาจกล่าวได้ว่า พ่อแม่ในยุคใหม่หลาย ๆ ท่านมีสไตล์การเลี้ยงลูกแบบเพื่อนกันมากขึ้น เพราะทำให้เด็กเกิดความไว้ใจ และกล้าเข้ามาปรึกษาในทุก ๆ เรื่อง แต่ในบางครอบครัวการเลี้ยงลูกแบบเพื่อนกลับกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลให้ลูกไม่มีความเคารพ และกล้าโต้เถียงพ่อแม่ ทำให้บางคนเกิดคำถามขึ้นว่า เลี้ยงลูกแบบเพื่อนดีหรือไม่ดีกันแน่



       

       ในเรื่องนี้ พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ให้มุมมองผ่านทีมข่าว Life & Family ว่า ในบางกรณีคุณพ่อคุณแม่ควรทำตัวให้ลูกเห็นว่าเรามีสถานภาพเป็นพ่อแม่ด้วย ไม่ใช่ตามใจ หรือปล่อยให้ลูกข้ามหัว และไม่เคารพในความเป็นพ่อแม่ อีกทั้งควรแสดงบทบาทให้ลูกเห็นว่า เวลาไหนเล่นได้ หรือไม่ได้ ซึ่งต้องแบ่งความเป็นเพื่อนกับความเป็นพ่อแม่ออกให้ชัดเจน เช่น ถ้าลูกไม่มีวินัย หรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงก็อาจต้องมีการว่ากล่าวตักเตือนให้ทราบกันบ้าง



       

       "เลี้ยงลูกแบบเพื่อนหมออยากให้พ่อแม่เข้าใจแบบนี้ว่า เวลาเล่นกับลูกให้เล่นเหมือนเพื่อน อย่างลูก 4 ขวบจะมาเล่นแบบผู้ใหญ่มันก็ไม่ได้ หรือแม้แต่เวลาคุยกับลูกบางเรื่องก็คุยเหมือนเพื่อนได้ แต่อย่าทำตัวเป็นเพื่อนลูกจนเกินไปนัก ซึ่งมันได้ผลก็จริงเวลาที่คุณทำบวก เพราะถ้าไม่มองในมุมของลูกก็คงคุยเรื่องเกม เทคโนโลยี หรือดาราเกาหลีไม่ได้ แต่เมื่อถึงเวลาทำกฎ หลักข้อนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องปรับตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่ เป็นพ่อแม่ผู้รักษากฎ เช่น กลับบ้านไม่ควรเกิน 2 ทุ่ม ถ้ากลับดึกหนูต้องบอกแม่ หรือบางครั้งถ้าเล่นกัน ถึงจุดหนึ่งลูกเกินเลย เล่นหัวแม่ เราต้องบอกเขาไปเลยว่า แม่เล่นสนุกกับหนูได้ แต่ถึงเวลาที่แม่เป็นแม่ แม่ก็ต้องเป็นแม่" พญ.เสาวภาให้คำแนะนำ



       

       ด้าน นพ.รังสรรค์ สิทธิชัย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกในประเด็นเดียวกันว่า อยากให้มองการเลี้ยงลูกแบบมีคุณพ่อคุณแม่เป็นที่ปรึกษา และผู้ชี้แนะมากกว่าเพื่อนสนิทที่ไปไหนไปกัน ตามใจลูกทุกอย่าง หรือแม้กระทั่งทำตัวเป็นเด็ก และมีความคิดแบบเด็ก ๆ ไปด้วย ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้ อาจทำให้เด็กขาดต้นแบบความเป็นผู้ใหญ่ทั้งด้านพฤติกรรม และความคิดได้ โดยเฉพาะลูกวัยรุ่นที่กำลังเรียนรู้ความเป็นผู้ใหญ่ในตัวคุณพ่อคุณแม่อยู่

 

 

  "ถ้าเด็กเริ่มโตเป็นวัยรุ่น ผมมองว่าเลี้ยงลูกแบบมีพ่อแม่เป็นโค้ช หรือที่ปรึกษาจะดีกว่าเลี้ยงลูกแบบเพื่อนกันนะ เพราะเขาต้องการคนแนะนำมากกว่า หรืออาจเป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาในทุก ๆ ปัญหา และสามารถพูดคุยในเรื่องที่สำคัญ ๆ ก็ได้ อีกอย่าง การทำตัวเป็นที่ปรึกษาอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ควรทำตัวให้ลูกเคารพ และเชื่อถือด้วย เพราะบางคนทำตัวเป็นเพื่อนหยอกล้อเล่นหัวกันได้ ซึ่งผมมองว่า เราไม่ควรทำถึงขนาดนั้น แต่สิ่งควรทำคือ มีระดับ และขอบเขตด้วยว่า เล่นได้แค่ไหน หรือบางเรื่องก็ควรมีขอบเขตด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างครอบครัวหนึ่ง ลูกบอกว่าอยากกินเหล้า แม่ก็เลยนั่งกินกับลูกเพราะอยากทำให้เหมือนเป็นเพื่อนลูกที่สามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง อยากให้ลูกไว้ใจ แต่บางทีมันก็เกินขอบเขตที่ควรจะเป็นนะผมว่า"



       

       ดังนั้น การลดตัวมากเกินไป และปล่อยให้ลูกทำในสิ่งที่เขาต้องการทุกเรื่อง คุณหมอท่านนี้บอกว่า อาจทำให้ลูกเชื่อใจ และไว้ใจพ่อแม่ได้ก็จริง แต่ถ้าหากจัดการไม่ดีก็อาจนำมาซึ่งปัญหาที่น่าหนักใจได้เช่นกัน



       

       "พ่อแม่คือต้นแบบที่ดีของลูก แต่การลดตัวไปเที่ยวเล่น หรือเฮฮาปาร์ตี้กับลูกจนเกินเหตุ พ่อแม่อาจทำให้ลูกเห็นตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมได้ เนื่องจากเด็กกำลังมองเราอยู่ทุกช่วงขณะว่า พ่อแม่มีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร ควบคุมอารมณ์อย่างไร เวลามีข้อขัดแย้งต่าง ๆ คุณพ่อคุณแม่จัดการอย่างไร แต่ถ้าเกิดพ่อแม่ลดตัว และทำตัวเหมือนเพื่อนมากเกินไป มีการแก้ไขปัญหาแบบเด็ก ๆ บางครั้งอาจทำให้เขาไม่สามารถเรียนรู้การเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ ซึ่งตรงนี้ต้องระวังด้วยนะครับ" จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นรายนี้ทิ้งท้าย



       เห็นได้ว่า การเลี้ยงลูกแบบเพื่อนมีทั้งด้านดี และด้านลบ หากวางตัวไม่ดีก็อาจนำมาซึ่งปัญหาได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านใดมีมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อประเด็นข้างต้น และเห็นสมควรแก่การแบ่งปัน เข้ามาแลกเปลี่ยนกันได้ทางกล่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ ทางเรายินดีน้อมรับด้วยความขอบคุณมากครับ