ก.พ.21

เจาะข้อมูลสังคม เอ็กซ์-เซ็กส์-เกม แก้ตรงจุดไม่ใช่จะทำไม่ได้

เจาะข้อมูลสังคม เอ็กซ์-เซ็กส์-เกม แก้ตรงจุดไม่ใช่จะทำไม่ได้

[มนตรี ประทุม] เมื่อได้ไปร่วมประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ทั่วประเทศ กับกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เมื่อเร็วๆนี้ ก็เกิดอาการร้อนผ่าวเมื่อได้รับรู้ถึงสภาพปัญหาของสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหาวัยรุ่นในปัจจุบันที่มีมากมายเหลือเกิน ทั้งเด็กติดเกม เด็กติดยา เด็กมั่วเซ็กซ์ เด็กโชว์หวิวผ่านเฟซบุ๊ก และอีกนานัปการ

 
 
ที่น่าสนใจในการประชุมครั้งนี้ คือ นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศสำรวจสภาวการณ์วัฒนธรรมของสังคมไทยทั้งด้านดีและไม่ดี รวมทั้งมีการนำเสนอข้อมูลการสำรวจสภาวการณ์เด็กและเยาวชนมีข้อมูลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องของครอบครัว คุณธรรม จริยธรรม  ที่พบว่าสภาพครอบครัวที่อ่อนแอลงในสังคมไทย และปรากฏการณ์เด็กกำพร้าเทียมที่แม้ยังอยู่กับพ่อแม่ แต่มีเวลาให้กันน้อยลงมากเพราะภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัดตัว รวมทั้งแนวโน้มครอบครัวแตกแยกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
 
 
ที่น่าห่วงดูจะเป็นสถิติการสมรสต่อการหย่าร้างประมาณ 10 ต่อ 1 ในปี 2542 กลายมาเป็น 3 ต่อ 1 ในปัจจุบัน ส่วนแนวโน้มเรื่องศาสนากับเยาวชนก็เป็นอีกแนวโน้มหนึ่งที่น่าจับตาดู แม้ว่าจากข้อมูลการสำรวจจะพบว่า มีเด็กประกอบกิจกรรมทางศาสนามากขึ้น เช่น การเข้าวัดทำบุญหรือการสวดมนต์ไหว้พระก็ตาม แต่ยังพบว่ามีเด็กถึงร้อยละ 40  ที่เริ่มไม่เชื่อในกฎแห่งกรรมและบาปบุญคุณโทษอีกต่อไป สะท้อนให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่เริ่มขาดหลักใจและศรัทธาในการทำความดี ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนยุทธศาสตร์การเข้าถึงเด็กและเยาวชนของสถาบันศาสนาอย่างจริงจังควบคู่ไปกับการเปิดรับทางเลือกใหม่ ๆ ให้แก่เด็กเยาวชนในการเข้าถึงหลักศาสนาที่ถูกต้องด้วย
 
 
ในปี 2555 ตนมีนโยบายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศเรียนรู้การสำรวจสภาวการณ์ด้านวัฒนธรรม โดยมอบหมายให้สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ดำเนินการอบรมให้ สวจ.เรียนรู้วิธีการสำรวจสภาวการณ์ด้านวัฒนธรรมว่าดำเนินการอย่างไรด้วยเมื่อเห็นถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ นายสมชาย จึงสะท้อนแนวนโยบายให้ฟังว่าทำไมจะต้องมีการสำรวจสภาวการณ์ของสังคมไทยทั้งด้านดีและด้านเสี่ยง อาทิ เด็กติดเกม การสูญหายของวัฒนธรรมประเพณี ค่านิยมที่เลือนหาย
 
 
“แนวทางดังกล่าวจะเป็นการประเมินสถานการณ์ระดับจังหวัด ในการนำข้อมูลมาวิจัยและต่อยอดเป็นนโยบาย ยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านวัฒนธรรมในอนาคตให้ตรงกับสภาพความเป็นจริง รวมทั้งเป็นการวางรากฐานให้สวจ.รู้จักกระบวนการวิจัย และกระบวนการเก็บข้อมูล สร้างเครือข่ายด้านวัฒนธรรมให้เกิดความเข้มแข็ง เพื่อรับมือต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งด้านเทคโนโลยี การเมือง สังคม อีกทั้งจะนำมาเป็นแนวทางพัฒนาการส่งเสริมงานในพื้นที่ให้ตรงจุด” ปลัดสมชาย ชี้แจง
 
ขณะที่ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสถาบันรามจิตติ หนึ่งในวิทยากรที่มาให้ความรู้เรื่องการสำรวจสภาวการณ์ เล่าว่า  การสำรวจสภาวการณ์วัฒนธรรมสามารถทำได้ใน 2 ลักษณะ คือ
1.สำรวจการเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรมในพื้นที่ที่ควรทำ ปีละ1-2 หน เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน และ
2.สำรวจเชิงประเด็น เช่น สำรวจเฉพาะประเด็นเด็กติดเกม หรือการสำรวจเฉพาะประเด็นการใช้ร่างกายเป็นทุนของเด็ก เป็นต้น แล้วมีการลงเก็บข้อมูลเจาะเป็นประเด็นไปแล้วนำข้อมูลมาใช้สนับสนุนการวางแผนการทำงานในระยะสั้นและรายงานสถานการณ์ให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
 
“สรุปการมองวัฒนธรรมทั้งแนวกว้างและลึก ในกระบวนการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมก็เหมือนกับการทำวิจัย คือ เริ่มจากข้องใจ หมายคำตอบ สอบสวน ครวญ ไขความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นเชิงปริมาณหรือคุณภาพ เป็นกระบวนการที่ไม่แตกต่างกัน ซึ่งงานวิจัยวัฒนธรรม อาจจะเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ในการใช้ชีวิตประจำวันของคนก็ได้ โดยสรุปสั้น ๆ ได้ว่า โจทย์สามารถเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวที่เรามองเห็น และเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อชุมชนนั้น ๆ” ดร.อมรวิชช์ กล่าว
 
ส่วนเทคนิคการเก็บข้อมูลนั้น ดร.อมรวิชช์ ได้แนะแนวทางไว้ว่า การเก็บข้อมูลควรวางแผนภาคสนาม ตั้งคำถามการวิจัย ต้องมีการบันทึกและจัดระเบียบข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคนิคง่าย ๆ เช่น การเขียนแผนที่ทางกายภาพหรือแผ่นที่การทำกิจกรรมทางสังคม การบันทึกสังเกต ใช้แบบสอบถาม ใช้กระบวนการกลุ่ม  ซึ่งการเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลในจำนวนมาก แต่อาจเก็บข้อมูลเพียงไม่กี่แห่ง ไม่กี่คน แต่เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพที่น่าเชื่อถือก็เป็นข้อมูลที่ดีได้เช่นกัน  ด้วยเหตุนี้ ผู้เก็บข้อมูลจึงต้องดูและสังเกตว่าแหล่งใดน่าเชื่อถือ รวมทั้งต้องมีการถ่ายรูป และสัมภาษณ์จึงจะทำให้การสำรวจสภาวการณ์สัมฤทธิ์ผล
 
จะว่าไปแล้วการสำรวจสภาวการณ์วัฒนธรรม น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศสามารถเห็นปัญหาของตนเอง และสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เพื่อให้การเจาะข้อมูลเอ็กซ์ เซ็กซ์ เกม เกิดผลแล้วนำไปสู่ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งต้องคอยดูว่า วิธีการนี้จะได้ผลหรือไม่
 
หากมีประสิทธิภาพก็ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่รัฐบาลควรนำมาใช้ในการสำรวจสภาวการณ์ของคนไทย ทั้งเรื่องสังคม เศรษฐกิจ คุณธรรม จริยธรรม เผื่อว่าจะได้ใช้เป็นข้อมูลออกนโยบายให้ตรงจุด ไม่ใช่เน้นนโยบายขายฝัน ทำนายบวกคาดเดาแบบทุกวันนี้