ก.พ.22

ผลวิจัยชี้เด็กติดเกมอายุเฉลี่ย 11 ปี

ผลวิจัยชี้เด็กติดเกมอายุเฉลี่ย 11 ปี

 เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ผศ.น.พ.ชาญวิทย์ พรนภดล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวระหว่างแถลงข่าวเรื่อง "นักวิจัย วช.พบวิธีป้องกันและแก้ปัญหาเด็กติดเกม" จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่า เด็กติดเกมเป็นปัญหาสำคัญมากในขณะนี้ รัฐบาลควรยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ


          จากการศึกษาระหว่างปี 2550-2551 เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 9-15 ปี จำนวน 2,452 คน 5 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ราชบุรี สุรินทร์ และสุราษฎร์ธานี พบว่าร้อยละ 13.3 กลุ่มที่กำลังติดเกมมีอายุเฉลี่ย 11 ปี และมีภาวะติดเกมมาก โดยที่นิยมเล่นมากที่สุด คือ เกมบู๊ล้างผลาญ เกมเกี่ยวกับเพศ นุ่งน้อยห่มน้อย โดยเฉพาะเกม SF หรือ Special force ยังเป็นที่นิยม


          ผศ.น.พ.ชาญวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการติดเกมประกอบด้วยตัวเด็กเอง ครอบครัวการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง ด้านสิ่งแวดล้อมและเพื่อน โดยเด็กผู้ชายมีโอกาสเสี่ยงติดเกมสูงกว่าเด็กผู้หญิง 1.6 เท่า ความเครียด และการขาดทักษะในการจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กติดเกม


          โดยเด็กที่ติดเกมใช้การเล่นเกมเพื่อคลายเครียดสูงเป็น 6 เท่าของเด็กที่ไม่ติดเกม เด็กที่ติดเกมมักเบื่อการเรียน รู้สึกไม่มีความสุขในชีวิต ส่วนลักษณะนิสัยของเด็กที่สัมพันธ์กับการติดเกม ได้แก่ สมาธิสั้น ดื้อ ชอบเถียง ชอบต่อรอง เครียดง่าย ซน อยู่ไม่นิ่ง ชอบความตื่นเต้นท้าทาย และชอบเอาชนะ นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กที่เล่นเกมออนไลน์มีความเสี่ยงต่อการติดเกมมากกว่าเด็กที่ไม่ได้เล่นเกมออนไลน์เกือบ 4 เท่า


          "พฤติกรรมการติดเกมถือว่าอันตรายมาก เพราะหากรุนแรงจะมีภาวะลงแดง คือ เหงื่อท่วมตัว กระวนกระวาย เครียดจัด ก้าวร้าว อารมณ์แปรปรวน ทำร้ายข้าวของ หรืออาจทำร้ายบุคคลรอบข้างหากไม่ได้เล่นเกม" ผศ.น.พ.ชาญวิทย์กล่าว


          ผศ.น.พ.ชาญวิทย์กล่าวอีกว่า ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญ ขึ้นกับวิธีการอบรม สั่งสอน เลี้ยงดู เพราะหากใช้เหตุผลเด็กจะลดโอกาสติดเกมลงถึง 7 เท่า นอกจากนี้ผู้ปกครองควรเปลี่ยนแนวคิดใหม่ เช่น การให้ลูกเล่นเกมเพราะกลัวลูกเหงา การให้ลูกเล่นเกมเพราะต้องการให้ลูกอยู่นิ่งๆ การให้ใช้คอมพิวเตอร์เลี้ยงลูก หรืออนุญาตทุกครั้งที่ลูกอยากเล่น เป็นการเพิ่มโอกาสให้เด็กติดเกมทั้งสิ้น


          "จากการสำรวจคาดว่าภายในประมาณ 2 ปีข้างหน้า อายุเฉลี่ยเด็กติดเกมจะลดลงเหลือแค่ 5 ขวบครึ่ง ถึง 9 ขวบ หรือเริ่มติดเกมตั้งแต่ระดับอนุบาล 3" ผศ.น.พ.ชาญวิทย์ระบุ