มี.ค.12

พ่อแม่แวะเวียน“หอพัก” ช่วยลดปัญหาโรควัยรุ่น

พ่อแม่แวะเวียน“หอพัก” ช่วยลดปัญหาโรควัยรุ่น

พ่อแม่แวะเวียน“หอพัก” ช่วยลดปัญหาโรควัยรุ่น

นิยามของคำว่า
“เยาวชนคือจุดเริ่มต้นของสังคม และเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ”
ถ้าจะให้อธิบายแล้ว นั่นก็หมายความว่า
เยาวชนจะต้องมีการเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งทางด้านร่างกายและสังคมรอบข้าง

แต่ในปัจจุบันนี้เรา
กลับพบว่า ปัญหาหลายๆ
แบบที่พบเจอได้ในสังคมไทยมีจุดเริ่มต้นมาจากบุคคลที่อยู่ในช่วงของ
”วัยรุ่น” ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด
การตั้งครรภ์ก่อนวันอันควร นำมาซึ่งปัญหาการทำแท้ง หรือการทอดทิ้งทารก
แม้กระทั่งภาวะหดหู่ ซึมเศร้า และตัดสินชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเล็กๆ
แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วมันกลับทำให้กระจายปัญหาไปในวงกว้าง อาทิเช่น
ปัญหาเด็กติดเกม อินเทอร์เน็ต

ถ้าหากเราย้อนกลับมาดูผลสถิติจากโครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนราย
จังหวัด หรือโครงการ Child Watch จะพบว่า
มีกลุ่มวัยรุ่นเที่ยวกลางคืนร้อยละ 55.76
และมีนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาถึงอุดมศึกษาพบการเสพยาในสถานศึกษาร้อยละ
23.58

นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กมัธยมถึงอุดมศึกษายอมรับว่าเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วมี
ร้อยละ 16.08
ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวคงไม่มีใครสามารถปัดความรับผิดชอบได้ เพราะทุกๆ
ฝ่ายล้วนแล้วแต่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งนั้น

“วัยรุ่น”
คือวัยที่มักจะคิดว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่เพียงพอที่จะตัดสินใจเลือกทางเดิน
ให้กับชีวิตตัวเองได้ โดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
และเมื่อมีการก้าวเดินสู่โลกของรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว
ชีวิตในช่วงนั้นก็เปรียบเสมือนนกที่โผบินออกจากรัง
พร้อมที่จะทำในสิ่งที่ไม่เคยได้รู้รส กฎธรรมชาติเช่นนี้
ผู้ปกครองทุกคนควรที่จะเปิดใจเพื่อยอมรับและหาแนวทางตั้งรับมือกับมัน

การเดินทางจากเด็กต่างจังหวัดเข้าสู่เมืองหลวง
หรือข้อกำหนดเรื่องระยะทางในการเดินทางจากบ้านมายังสถานที่ศึกษาในแต่ละวัน
กลายเป็นที่มาของ “หอพักนักศึกษา”
และสถานที่แห่งนี้เองที่ทำให้วัยรุ่นได้พ้นจากสายตาของผู้ปกครอง

ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนเรื่องสถานที่พักอาศัย
และอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนในเรื่องของพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็เป็นได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มาอยู่หอพักจะต้องมีปัญหา

เด็กที่อยู่แล้วสามารถดูแลตัวเอง ทนต่อสิ่งยั่วยุได้
และประสบความสำเร็จในชีวิตก็มีเยอะ
แต่ปัจจัยรอบข้างมักจะทำให้วัยรุ่นที่อยู่ในช่วงวัยของความคึกคะนองมักจะหลง
ผิดได้ง่ายๆ เท่านั้นเอง

จุดเริ่มต้นของปัญหา
เล็กๆ ก็คือ ปัญหาเด็กติดเกม
เพราะจะสังเกตได้ว่าหากมีหอพักหรือสถานศึกษาอยู่ ณ แห่งใด
พื้นที่นั้นจะต้องมีร้านเกมเปิดเรียงรายขึ้นเป็นดอกเห็ดทุกที่
นั่นก็เพราะร้านเหล่านี้สามารถดึงเงินออกจากกระเป๋าของนักศึกษาได้ง่าย
อาจจะเป็นเพราะเวลาเรียนในระดับชั้นอุดมศึกษานั้นมีเวลาว่างมากกว่าช่วง
มัธยมศึกษามาก

การฆ่าเวลาจึงมักตกอยู่ในร้านเกม จากปัญหาเมื่อติดเกมแล้ว
ภาระเรื่องค่าใช้จ่ายย่อมมีมากขึ้น การตัดสินเข้าสู่วงจรยาเสพติด
ไม่ว่าจะเป็นฐานะผู้ค้าหรือผู้เสพก็จะเป็นปัญหาตามมา

เมื่อเด็กเหล่านั้นติดยาแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นย่อมมีอยู่สองทางเลือก
หนึ่งคือ การตัดสินใจเข้าสู่วงจรของอาชญากรรม และสองคือ
การมั่วสุมกันภายในหอพัก สถานที่ที่ไม่มีใครข้องเกี่ยวกับใคร

นำมาซึ่งการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ การทำแท้ง
หรือการคลอดทารกและทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกแบบใดก็ตาม
บทสรุปของชีวิตก็คือ การเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัย
และชีวิตก็คงห่างไกลจากคำว่า “ประสบความสำเร็จ”
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นภัยของวัยที่เกิดจาการอยู่หอพัก

ดร.อมรวิทย์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ
ภาคีของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า
การที่เยาวชนจะต้องเปลี่ยนแปลงที่อยู่ไปอยู่ในที่ที่ห่างไกลจากสายตาของผู้
ปกครองอย่างเช่นหอพักนั้น
ในความเป็นจริงแล้วก็ไม่ได้ถือว่ามีแต่เรื่องไม่ดี
เพราะการเดินทางที่ไปกลับที่ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน
ก็อาจจะทำให้เด็กเกิดความเบื่อหน่ายที่จะไปเรียน

การอยู่หอก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ทั้งนี้
ปัญหาที่จะเกิดขึ้นมันก็มีปัจจัยมาจากหลายๆ ปัจจัย เช่น เรื่องของวัยวุฒิ
หรือจะเป็นเรื่องของพื้นฐานครอบครัว
ถ้าครอบครัวของเด็กอยู่กันด้วยความอบอุ่น ปัญหาก็จะลดน้อยลง
แต่ถ้าครอบครัวใดนั้นมีปัญหาอยู่ภายในอยู่แล้ว
เมื่อเจอกับสิ่งยั่วยุจากภายนอก
เด็กก็อาจจะประพฤติตัวออกนอกลู่นอกทางได้ง่ายขึ้น

ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติกล่าวต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นดูๆ
ไปก็เหมือนกับห่วงโซ่อาหารที่มักจะวนเวียนอยู่แบบนี้กับเด็กที่ก้าวเข้าสู่
รั้วมหาวิทยาลัย อาทิ การติดยา เรื่องเพศ ไม่เรียนหนังสือ ติดเกม
แนวทางแก้ปัญหาในเบื้องต้นคือการเลือกคบเพื่อน

หากคบเพื่อนที่ดีก็จะพากันเรียน
เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้เยาวชนเลี่ยงการคบเพื่อนที่พากันไปในทางที่ไม่ดี
ในส่วนของผู้ปกครองนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องมีเวลาสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน
หมั่นมาเยี่ยมเยียนสังเกตพฤติกรรมของพวกเขา

“เด็กมีพฤติกรรมร่าเริง สนุกสนาน แต่เมื่อออกไปอยู่ข้างนอก
เด็กกลับเงียบขรึมมากขึ้น ผู้ปกครองก็ควรที่จะมีการพูดคุย ให้คำแนะนำ
เป็นเพื่อนที่ปรึกษาได้ และหลีกเลี่ยงการข่มขู่ ด่าทอ ว่ากล่าว
เพราะจะทำให้เด็กไม่กล้าพูดถึงปัญหาของตัวเอง
เด็กในวัยนี้คือวัยที่อยากจะเลือกทางเดินของตัวเอง
เพราะฉะนั้นเราก็ต้องชี้แนะแนวทางเพื่อให้เขาเลือกเองได้
มิใช่เกิดปัญหาแล้วซ้ำเติม” ดร.อมรวิทย์ระบุ

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์