พ.ค.25

บริโภคสื่อด้วยสติสยบข่าวโซเชียล ?

บริโภคสื่อด้วยสติสยบข่าวโซเชียล ?
พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ แสดงทัศนะว่า ขณะนี้มีข้อมูลข่าวสาร ข่าวลือ และคำทำนายต่างๆ เกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย แพร่สะพัดผ่านสื่อต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะทางอินเทอร์เน็ต อาจทำให้ผู้ที่รับหรือติดตามข่าวสารดังกล่าว เกิดความเข้าใจผิด และเกิดความเครียด วิตกกังวลขึ้นได้
 
พญ.วิมลรัตน์ บอกว่า การวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ต้องตรวจสอบจากหลายๆ ที่ และต้องไม่เชื่อในทันที เพราะไม่มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน โดยผู้รับข้อมูลข่าวสารควรใช้วิจารณญาณ เชื่อโดยมีพื้นฐานอยู่บนเหตุผล ข้อเท็จจริง ดูความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ และรับข่าวสารข้อมูลด้วยความระมัดระวัง มองสถานการณ์ให้รอบด้าน อย่าตื่นตระหนก โดยต้องวิเคราะห์ให้ดี เพราะข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏนั้น ย่อมมีทั้งข่าวจริง ข่าวลือ ข่าวปล่อย เราต้องค่อยๆ กลั่นกรอง อย่ารีบร้อน เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความเครียด และวิตกกังวลมากขึ้น ควรรับข้อมูลจากคนที่เชื่อถือได้ หรืออาจตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อคลายกังวล ขณะเดียวกันอาจหาความรู้ด้วยตนเอง โดยตรวจสอบข้อมูลหลายๆด้าน ก็จะไม่ตื่นกับข่าวลือ ส่วนกรณีของผู้ที่จะเผยแพร่ข้อมูลต่อนั้น จำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจให้มาก ต้องคำนึงถึงความถูกต้องของเนื้อหา และต้องคำนึงด้วยว่าข้อมูลที่จะส่งต่อไปนั้นเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือไม่  เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกของประชาชน

รอง ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ บอกต่อว่า สำหรับผู้ที่มีความเครียดจากการรับข้อมูลข่าวสารมากเกินไป อาจมีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเกิดขึ้น โดยอาการที่สังเกตพบ ได้แก่ นอนไม่หลับ วิตกกังวล แสดงว่ากำลังเกิดความเครียด ดังนั้นขอให้เลิกดูข่าวสารนั้นๆ แล้วออกมาทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้าง เช่น การออกกำลังกาย ซึ่งในบางรายอาจมีอาการกำเริบของโรคทางกายต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ไมเกรน เป็นต้น โดยผู้ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง จะทำให้เกิดภาวะหัวใจทำงานหนัก เสี่ยงหัวใจวาย อาการแย่ลงได้

จิตแพทย์ผู้นี้บอกอีกว่า สำหรับแนวทางในการลดความเครียดและคลายความวิตกกังวลนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละคน โดยวิธีง่ายๆ อาจเริ่มจากการตั้งสติ และกำหนดลมหายใจ โดยให้หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ ทำต่อเนื่องกันไปจนรู้สึกผ่อนคลาย และควรมีเวลานอนหลับอย่างเพียงพอ หรืออาจจะพูดคุยกับคนใกล้ชิด เพื่อระบายความทุกข์ใจ เป็นต้น  จากนั้นวิเคราะห์ดูข้อเท็จจริง ความเป็นไปได้อย่างละเอียดรอบด้านว่า เหตุการณ์เหล่านี้อยู่ใกล้หรือไกลตัว เพราะบางครั้งไม่ได้ติดตามข้อมูลอย่างละเอียด กลับตกใจกลัวไปก่อน เช่น ข่าวกรณีแผ่นดินไหว ซึ่งภาวะแบบต้องนี้ติดตามอย่างมีสติ เตรียมพร้อมตั้งรับ เพื่อความไม่ประมาท หากเกิดปัญหาขึ้นจริง จะได้รู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง 

พญ.วิมลรัตน์ บอกทิ้งท้ายด้วยว่า เราไม่ควรรับข้อมูลข่าวสารมากเกินไปจนเกิดความเครียด โดยผู้ที่รับข้อมูลข่าวสารควรใช้วิจารณญาณ เชื่อโดยมีพื้นฐานอยู่บนเหตุผลและข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้ว ทั้งนี้หากมีปัญหาทุกข์ใจ ไม่สบายใจ สามารถขอรับบริการปรึกษาได้ที่สายด่วน 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง หรือขอรับบริการในหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตได้ทุกแห่งทั่วประเทศในวันและเวลาราชการ