ก.ย.10

ออนไลน์ไดอารี่หรือบล็อก คือรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารในยุคนี้

ออนไลน์ไดอารี่หรือบล็อก คือรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารในยุคนี้

 

สมัยเมื่อ'อ๋อมแอ๋ม' ยังสาว (สะพรั่ง) จัดว่าเป็นนักเขียนไดอารี่จ๊ะจ๋านางหนึ่งเหมือนกันค่ะ แหม.. วัยรุ่นวุ่นรัก มันก็ต้องมีความลับคับอกที่ต้องระบายกันมั่งละนะ แล้วก็มิใช่แต่ระบายอารมณ์แห้วที่มิเจียมตนไปแอบปิ๊งหนุ่มป๊อปของโรงเรียน อีกสารพัดอารมณ์อันแปรปรวนดุจฟ้าฝนในฤดูพายุ เดี๋ยวสุข เดี๋ยวเศร้า บางทีก็เหงา บ่อยครั้งโกรธกับเพื่อน เบื่อแม่ เซ็งพี่ ฯลฯ ใครผ่านวัยนี้มาคงรู้ดี 

ฮิตคู่กันกับการเขียนไดอารี่ก็คือสมุดไดอารี่ ตอนนั้นในท้องตลาดสมุดไดอารี่ขายดิบขายดี มีสวยๆ มากมายให้เลือกซื้อ หรือไม่เจ้าตัวคนเขียนก็บรรจงประดิดประดอยสวยแปลกแหวกแนวขึ้นเองค่ะ 

เวียนมายุคเจนเนอเรชั่นวาย การเขียนไดอารี่ก็ยังเป็นเรื่องฮิตของวัยเฮ้วอยู่ แต่รูปแบบเปลี่ยนไปฮิตอยู่บนเว็บเพจ โชว์หราให้ประชาชีทั่วโลกไซเบอร์ได้อ่านกัน ไม่ได้กระมิดกระเมี้ยนเป็นเรื่องเร้นลับอยู่ในไดอารี่ส่วนตัวอีกต่อไปแล้ว เรียกว่า ออนไลน์ไดอารี่ 

.. ล่าสุด การเขียนบันทึกออนไลน์แบบนี้ เรียกขานกันว่าเขียนบล็อกค่ะ 

ว่ากันว่าเรื่องการเขียนบล็อกขณะนี้กำลังเป็นเรื่องฮิตไปทั่วโลก ถึงกับนิตยสาร TIME กล่าวถึงว่า "วิทยุครองยุค 30 ทีวีครองยุค 50.. เป็นไปได้ว่าตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นไป จะเป็นยุคสมัยของ... "บล็อก"..." 

สำนักข่าวเอพีก็รายงานว่า คำว่า blog ถูกค้นหาในพจนานุกรมออนไลน์ เมอร์เรียมเว็บสเตอร์ มากที่สุดประจำปีที่ผ่านมา โดยพจนานุกรมออนไลน์นี้ให้คำจำกัดความไว้ว่า blog - เว็บไซต์ที่บรรจุเรื่องราวเกี่ยวกับบันทึกประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงมุมมอง ความคิดเห็นของบุคคล 

ในเมื่อยุคนี้เป็นยุคโลกเป็นหนึ่งเดียว ความฮ็อตของบล็อกจึงมาฮิตในหมู่ลูกหลานของเราด้วย... อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

วัยรุ่นขาประจำออนไลน์ไดอารี่คนหนึ่งให้ความเห็นว่า ที่ฮิตน่าจะเป็นเพราะว่า "มันเป็นอะไรที่ได้ระบายความรู้สึก และได้แสดงตัวตนของตัวเองออกมา" แล้วเมื่อถามว่าทำไมถึงต้องมาเขียนในที่โล่งแจ้งอย่างนี้ ไม่กลัวคนอื่นรู้ความลับเราหรือไง... น้องเขาตอบว่า "ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราเป็นใคร" ....นั่นสินะ ความลับในไดอารี่(เล่มแดง)ก็ยังเป็นความลับต่อไป 

แล้วน้องเขาก็ชวน อ๋อมแอ๋ม ลงมือท่องโลกออนไลน์ไดอารี่และบล็อกให้รู้แจ้งเห็นจริงกันซะเลย เพียง search คำว่า diary หรือ blog เข้าไป ก็จะปรากฏเว็บที่ให้เขียนไดอารี่เยอะแยะไปหมด ทั้งเว็บต่างประเทศและเว็บไทย เว็บไทยก็เช่นDiaryHub, exteenblog, Diaryis, keng.com, zyberweb.net ฯลฯ 

เข้าไปในเว็บดังกล่าวแล้วก็เลือกอ่านไดอารี่ได้เลย ส่วนใหญ่จะขึ้นรายชื่อไดอารี่ฮ็อตๆ ที่มีคนอ่านมากไว้ให้เลือกคลิกอ่าน ส่วนใครจะเข้าไปเขียนไดอารี่หรือเขียนบล็อก ก็ต้องสมัครสมาชิกเขาซะก่อน โดยใส่ user name และ password 

เปิดอ่านกันจนได้กลิ่นพอสมควรค่ะ ปลุกวิญญาณนักเขียนไดอารี่รุ่นเก่า (แก่) ขึ้นมาตะหงิดๆ แต่ละหน้าไดอารี่นอกจากจะประกอบด้วยข้อเขียนแล้ว เจ้าของไดอารี่ยังออกแบบเลย์เอาต์ตามใจชอบ มีการตกแต่งด้วยกราฟฟิกและรูปภาพ จะสวยงามกิ๊บเก๋มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับฝีมือ ส่วนความน่าอ่านของบันทึกขึ้นอยู่กับข้อเขียนที่เขียนว่าสนุกสนาน คมคาย น่าสนใจแค่ไหน มีการเขียนบันทึกสม่ำเสมอเพื่อให้คนได้อ่านเรื่องราวใหม่ๆ หรือเปล่า 

เข้าไปอ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้เข้าไปทำความรู้จักใครต่อใครที่หลากหลายจริงๆ ถึงใช้นามแฝงกัน แถมบางคนไม่เผยเพศซะอีก ก็ยังรู้สึกเหมือนกับได้เห็นหน้าค่าตา บุคลิก ท่าทางของเจ้าของไดอารี่อยู่ตรงหน้าทีเดียว บางคนเศร้า บางคนกุ๊กกิ๊กคิกคัก บางคนขึงขังเข้มขัน บางคนเฮ้วมันฮา บางคนความคิดความอ่านน่าพูดคุยด้วย จนอ๋อมแอ๋มกะว่าทีหลังจะเข้าไปคุยด้วยซะหน่อย 

..อ้อ ลืมบอกไปว่า เมื่ออ่านไดอารี่ของเขาแล้ว เกิดเราอยากแชร์ความคิดเห็น ความรู้สึกกับเขา เขาก็มีบอร์ดให้เขียนด้วยค่ะ แบบเดียวกับบอร์ดกระทู้นั่นแหละ 

"บางคนตามอ่านกันไปอ่านกันมา กลายเป็นเพื่อนหรือแฟนกันเลยก็มีนะ"..

ขาประจำออนไลน์ไดอารี่คนเดิมเล่าให้ 'อ๋อมแอ๋ม' ตาลุกวาว 

แล้วเมื่อถามว่า การเขียนไดอารี่แบบนี้แตกต่างจากการเขียนเว็บเพจส่วนตัวอย่างที่เคยฮิตกันก่อนหน้านี้หรือไม่ น้องเขาก็บอกว่า "ก็คล้ายกันค่ะ เพียงแต่ว่าเว็บเพจส่วนตัวไม่ค่อยมีใครเข้ามาอ่านมากนัก ในที่สุดก็เงียบเหงา เลิกร้างไป แต่ที่ออนไลน์ไดอารี่ หรือบล็อก เหมือนเป็นชุมชนที่เราเข้าไปสร้างโลกส่วนตัวได้แต่ก็มีการแชร์กับคนอื่นด้วย สนุกกว่าค่ะ" 

... เรียกว่า มีโลกส่วนตัวที่ไม่เงียบเหงาเกินไปนั่นเอง 

ในที่สุดอ๋อมแอ๋ม ก็ได้ข้อสรุปว่า ออนไลน์ไดอารี่หรือบล็อก มันก็คืออีกรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารในยุคเจนเนอเรชั่นวายไปจนถึงเจนเนอเรชั่นแซดค่ะ เจนวายผู้ใดไม่เห็นด้วย แย้งมาที่ omam@yahoo.com นะจ๊ะ