ต.ค.24

10 วิธีสอนเด็ก เรียนรู้สถานการณ์โลกจากข่าว

 

ท่ามกลางข่าวคราวอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศไทย สื่อต่างๆระดมกำลังรายงานข่าวกันอย่างรวดเร็วเพื่อแข่งกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกวินาที นั่นทำให้เด็กๆของเรามีโอกาสมากขึ้นในการรับข่าวสารที่เกิดขึ้นตลอดเวลาทั้งจากสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และอาจรวมถึงข่าวจากสื่อสังคมออนไลน์ หรือ Social Media ที่ประชาชนทั่วไปช่วยกันรายงานข่าวให้แก่กันเพื่อป้องกันภัยน้ำท่วมที่อาจจู่โจมเราได้ทุกเมื่อ

 

แน่นอนว่าข่าวต่างๆนั้น ล้วนเป็นข่าวที่น่าตระหนกตกใจ ทั้งข่าวน้ำที่เพิ่มระดับสูงขึ้น ข่าวการอพยพ ข่าวการแตกตื่นของผู้คนในประเทศ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งมีทั้งข่าวที่ได้รับการยืนยันแล้ว ข่าวที่รอการพิสูจน์ และข่าวที่เป็นเพียงคำบอกเล่าต่อๆกันมา แต่ไม่ว่าข่าวนั้นจะมีที่มาหรือเนื้อหาอย่างไร สิ่งที่แน่นอนคือ ข่าวสารเหล่านั้นได้มีผลกระทบต่อจิตใจของเด็กๆของเราอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 
วันนี้ ทีมงาน HealthyGamer จึงมีบทความแปลดีๆจากเว็บไซต์ http://www.familymediawatch.org มาแนะนำ เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติสำหรับพ่อแม่ เพื่อดูแลเด็กๆของเราไม่ให้เกิดความเครียดจากการรับสื่อที่ทะลักล้นเข้ามาไม่ต่างอะไรกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทุกทีค่ะ
 
.
.
.
 
 
10 วิธีสอนเด็ก เรียนรู้สถานการณ์โลกจากข่าว
 
ด้วยยุคที่สื่อมีมากมายหลายประเภทรวมถึงข่าวสารที่มีอยู่มากมาย ทั้งจากบทสนทนาที่ผู้ใหญ่พูดคุย ข่าวตอนเย็นหรือภาพจากหนังสือพิมพ์ เด็กๆอาจจะรู้สึกว่าข้อมูลมันช่างเยอะและมากล้นเหลือเกิน...อีกทั้ง เป็นสิ่งที่ยากมากที่จะควบคุมข้อมูลข่าวสารที่จะออกมาสู่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปความรุนแรงต่างๆ จากสงคราม ภัยพิบัติต่างๆ ที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เด็กๆ อาจจะเสี่ยงต่อการบริโภคข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสมกับวัย
 
อีริก รอสสันนักวิชาการทางจิตวิทยาและผู้อำนวยการสมาคมวิชาชีพจิตวิทยาโรงเรียน กล่าวว่า การที่เด็กได้บริโภคข้อมูลข่าวสารเยอะๆ ไม่ใช่เรื่องแย่สักทีเดียว แต่ผู้ปกครองควรดูแลและควบคุมในการรับสารของเด็กๆ ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเปิดข่าวตอนเย็นให้เด็กดู ขอแนะนำ 10 วิธีปฏิบัติ ในการพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับข่าวสารสถานการณ์ปัจจุบัน
 
วิธีที่ 1 การจำกัดการรับชมภาพและเสียงจากสื่อ เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น ทีวีแต่ละช่องจะแสดงข่าวซ้ำไปซ้ำมา แต่เด็่กเล็กๆ อาจจะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังชมข่าวที่ฉายซ้ำอยู่ อย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เด็กเล็กอาจจะเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันแทน พ่อแม่ควรปิดทีวีเมื่อเหตุการณ์สะเทือนใจเหล่านี้เกิดขึ้น และลดเสียงทีวีลงเมื่อมีเสียงดัง เช่นข่าวยิงกัน หรือการระเบิด เพราะเด็กอาจตื่นตระหนกตกใจ
 
วิธีที่ 2 การอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเด็กเห็นภาพและต้องการที่จะรู้มากขึ้น ควรอธิบายแต่เพียงข้อมูลพื้นฐานและเล่าถึงบริบทที่เกิดขึ้น เช่น หากเด็กๆ เห็นภาพเครื่องบินตก หรือคนต่อสู้กัน พวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าความขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นอีกซีกโลกหนึ่ง การโชว์และใช้แผนที่อธิบายจะช่วยเสริมความเข้าใจดียิ่งขึ้น
 
วิธีที่ 3 การเล่าถึงเหตุการณ์อย่างพอดี ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กบริโภคข่าวสารมากจนเกินไป อาทิ หากเด็กชมภาพทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม พ่อแม่ควรอธิบายว่าทหารเหล่านี้กำลังถูกนำไปส่งไปโรงพยาบาล เพื่อรักษา พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าทหารเหล่านี้อยู่ที่ไหน หรือประเทศกำลังเกิดสงคราม เป็นต้น
 
วิธีที่ 4 ดูแลความรู้สึก เมื่อเด็กตื่นกลัว หากพฤติกรรมของเด็กเปลี่ยน จากการพูดเก่งเป็นพูดน้อย และดูครุ่นคิดมากขึ้น เด็กๆ อาจจะพยายามตีความสารนั้นๆ กระตุ้นให้เด็กพูดออกมาถึงสิ่งที่เขาคิดอยู่ หากลูกเล่าถึงเหตุการณ์ใหม่ ถามคำถามปลายเปิดกับเด็ก เช่น เห็นอะไร รู้สึกอย่างไร ค่อยๆ ให้เด็กเล่า โดยไม่ทำให้เด็กรู้สึกบีบคั้นเกินไป หรือรู้สึกว่าข้อมูลล้น และปรับความรู้สึกโดยพ่อแม่เล่าถึงความรู้สึกของตนเองว่ารู้สึกอย่างไรต่อ เหตุการณ์นั้นๆ
 
วิธีที่ 5 การเรียนรู้ร่วมกัน เด็กโตอาจอยากศึกษาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากรู้เรื่องฮอร์ริเคน หรือแผ่นดินไหว ซึ่งการเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติการอ่านหนังสือเพื่อศึกษาถึงตำแหน่งสถานที่ๆ เกิดเหตุในข่าวร่วมกัน จะช่วยให้เด็กผ่อนคลายความกังวลและกลัวลง
 
วิธีที่ 6 ตั้งสติในการให้ข้อมูล เมื่อข่าวที่เกิดขึ้นทำให้เด็กรู้สึกเครียด เด็กจะมองหาผู้ที่ให้คำแนะนำ พ่อแม่ควรตั้งสติ ไม่ว่ารูปที่ปรากฎตรงหน้าจะเป็นอะไร หากเด็กดูเครียด ย้ำกับเขาว่าที่ๆ เราอยู่ปลอดภัย
 
วิธีที่ 7 รักษาเวลา หากเด็กรู้สึกเครียด กังวลกับข่าว รักษาเวลาในการดูทีวีให้ปกติ หากเด็กๆ รู้สึกกลัวเวลาไปนอน หรือการไปโรงเรียน สละเวลาเพื่อช่วยลูกๆ ปรับตัวซัก 2-3 วัน เพื่อให้หายจากความหวาดกลัวนั้น
 
วิธีที่ 8 เล่นกับลูก เด็กจะเล่นเพื่อให้หายจากความกลัว หากเด็กยังรู้สึกกลัว เล่นกับเขาโดยการอาจเล่นเป็นนักดับเพลิง วิ่งเข้าไปในตึกที่ไฟไหม้ หรือการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการช่วยคนจากสึนามิ พ่อแม่ควรเข้าไปดูแล หากลูกๆ มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อเด็กคนอื่นๆ
 
วิธีที่ 9 เน้นเรื่องเชิงบวก หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรง ให้พ่อแม่เน้นเล่าเรื่องเชิงบวกแทน เช่นการเล่าถึงคนหรือองค์กรที่จะมาช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบ หรือบาดเจ็บ เป็นต้น
 
วิธีที่ 10 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือผลกระทบจากภัยพิบัติ อาจถามเด็กว่าอยากช่วยเหลือไหม หลังจากนั้นพยายามหาวิธีที่ลูกๆ จะมีส่วนร่วมในการบริจาคเงิน หรือเวลา หรือการกระตุ้นให้เกิดความตระหนักต่อสาเหตุและผลกระทบ เป็นต้น
 
ไม่ว่าเหตุการณ์ในข่าวจะเป็นอะไรควรหลีกเลี่ยงการอธิบายเพื่อให้จบๆไปแต่ควรใช้โอกาสในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ลูกหลานได้เรียนรู้เชื่อมโยงโลกกับข่าวนั้นๆ




 
ที่มา: 10 Ways to Talk to Kids About World Events in the News โดย ซาแมนธา ครีฟเวอร์ 
 
.
.
.