ม.ค.29

วิธีสังเกตตัวเองและแนวทางในการลด ละ เลิก “ฟับบิ้ง”...เรามา Stop Phubbing กันเถอะ!!

วิธีสังเกตตัวเองและแนวทางในการลด ละ เลิก “ฟับบิ้ง”...เรามา Stop Phubbing กันเถอะ!!

 

 

 

 

 

วิธีสังเกตตัวเองและแนวทางในการลด ละ เลิก “ฟับบิ้ง”

...เรามา Stop Phubbing กันเถอะ!!

 

บทความที่แล้ว เราได้เกริ่นให้ทุกคนได้รู้จักว่า

“ฟับบิ้ง คืออะไร”

“มีสาเหตุมาจากอะไร”

และ “ส่งผลกระทบอะไรได้บ้าง”

ในวันนี้ทาง HealthyGamer มีแนวทางให้ทุกคนได้ลองหันมาสังเกตตัวเองว่า เราเริ่ม Phubbingหรือยัง?

เอ๊ะ...!!หรือว่าตอนนี้เรากำลังฟับอยู่???

ร่วมหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล  ได้เลยค่ะ...

 

บทความโดย: รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล และ น.ส.สุณิสา คินทรักษ์

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

 

วิธีสังเกตพฤติกรรม Phubbing

เราสามารถสังเกตได้ง่ายๆเลยว่า ผู้ที่เริ่มมีพฤติกรรม Phubbingนั้น เวลาที่อยู่นิ่ง ว่าง หรืออยู่ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น อยู่ในห้องประชุม อยู่ในห้องเรียน ห้องเลคเชอร์หรือแม้กระทั่งห้องทำงาน แล้วไม่รู้จะทำอะไร จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วก็เริ่มที่จะเข้าอีเมล์ เช็คไลน์ เช็คเฟซบุ๊ค อันนี้ก็คือในระดับเริ่มต้นเท่านั้น

ในระดับที่รุนแรงขึ้น เช่น ในสถานการณ์ที่เรากำลังไปรับประทานอาหารกับเพื่อน กับครอบครัว กับญาติพี่น้อง หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือ แต่กลับใช้ในเวลานั้นๆ โดยไม่สนใจการสนทนาหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราใช้โทรศัพท์มือถือในสถานการณ์ที่ทำให้บุคคลที่อยู่ด้วยกันในขณะนั้น รู้สึกไม่ดี ก็เรียกได้ว่าเป็นพฤติกรรม Phubbingดังกล่าวที่เราไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง นอกเสียจากว่าทุกคนฟับเหมือนกันหมด (ลองคิดดูว่า หากไปรับประทานอาหารแล้วโต๊ะข้างๆทั้งโต๊ะก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์มือถือในมือ เรามองโต๊ะนั้นแล้ว อยากจะไปร่วมรับประทานอาหารกับพวกเขาหรือไม่)

ปฏิกิริยาของคนรอบข้างของผู้ที่มีพฤติกรรม Phubbing

ในกรณีที่มีความสนิทสนมหรือใกล้ชิด เขาก็อาจจะเตือน แต่หากยังไม่หยุด บางคนอาจงอน บางคนอาจมองด้วยสายตาเชิงตำหนิ แต่ถ้าเรายังไม่รู้สึกและใช้งานต่อไปโดยไม่สนใจ อันนี้ พึงระวังปัญหาความสัมพันธ์ที่จะตามมาในไม่ช้า...เราอาจจะโดนทิ้งให้อยู่กับโทรศัพท์มือถือไปคนเดียวแน่นอน !!

แนวทางในการจัดการกับพฤติกรรม Phubbing

1.เราต้อง “ยอมรับ” ก่อนว่าเราเริ่มที่จะติดโทรศัพท์มือถือ และเริ่มที่จะให้ความสำคัญกับมัน มากกว่าชีวิตจริง เราต้องเริ่มจาก “ยอมรับและเตือนสติตนเองและต้องควบคุมมันให้ได้”

วิธีการควบคุมตนเอง มีแนวทางง่ายๆ คือ พิจารณาก่อนว่าสถานการณ์ไหน ควร และสถานการณ์ไหนที่ ไม่ควร ใช้โทรศัพท์มือถือ

สถานการณ์ที่ใช้โทรศัพท์มือถือได้

· นั่งรอผู้อื่นอยู่ที่ร้านอาหาร/ร้านกาแฟ

· อยู่บ้านหรือห้องส่วนตัวในยามว่าง

· ระหว่างพักอิริยาบถในที่ทำงาน โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย

· ภาวะเร่งด่วนที่ต้องติดต่อสื่อสารหรือสืบค้นข้อมูล

· โดยสารรถ/เรือประจำทางตามลำพัง (ในขณะที่นั่งบนรถ/เรืออย่างปลอดภัยแล้ว ไม่ใช่ ขณะยืนหรือขึ้น-ลงรถหรือเรือ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ควรใช้จนเพลินและลืมมองเหตุการณ์รอบตัว เพราะหากก้มหน้าก้มตาแชทอย่างเดียว เมื่อมีอันตราย เราอาจไม่รู้ตัว)

· ก่อนเริ่มรับประทานอาหารแล้วต้องการแชร์ภาพสักเล็กน้อย ก็พอทำได้ แต่ควรขออนุญาตผู้ร่วมโต๊ะเสียก่อน (ไม่เช่นนั้น ก็อาจมีคนเซ็งกับการแขวนท้องรอเราแชร์ภาพอาหารจานโปรดก็ได้)

สถานการณ์ที่ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือ

· รับประทานอาหารหรือทำกิจกรรมนอกบ้านกับครอบครัว ญาติพี่น้อง คนรัก เพื่อนสนิทหรือแม้กระทั่ง บุคคลอื่นๆที่ร่วมกิจกรรมด้วย

· ขณะอยู่ในบ้าน และทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัวหรือผู้อื่น

· ขณะชมภาพยนตร์ ละครเวที หรือการแสดงต่างๆ

· ขณะอยู่ในห้องเรียน ฟังการบรรยาย หรืออยู่ในห้องประชุม

            กล่าวคือ เราใช้โทรศัพท์มือถือได้ แต่ควรใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม เพราะหากมัวแต่ใช้จนเพลินในขณะที่ทำกิจกรรมท่ามกลางคนที่เราแคร์ความรู้สึก รัก หรือสนิทสนม อาจจะส่งผลกระทบต่อสัมพันธภาพได้

2. หากเราเริ่มรู้ตัวแล้วว่าสนใจอยู่แต่กับโทรศัพท์มือถือ และยอมรับมันแล้ว จากนั้น เราต้องคอย “เตือน” ตนเองอยู่เสมอ โดยถามตัวเองว่า สิ่งที่เรากำลังจะทำกับโทรศัพท์มือถือเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นการโต้ตอบอีเมล์ โต้ตอบไลน์ ค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตหรือเล่นเฟซบุ๊คนี้ มันสำคัญกว่า ณ ขณะนั้นที่เราจะใช้เวลากับคนที่เรารักหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือโทรศัพท์สำคัญกว่า อันนี้ก็...:(

แต่ ถ้าคำตอบคือ “การใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารักสำคัญกว่าและควรถนอมเวลาที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันและใช้เวลาตรงนี้ให้คุ้มค่า” หากคิดได้เช่นนี้ เราก็คงวางโทรศัพท์ลงได้ไม่ยาก

สิ่งที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่ง คือ หากเราใช้โทรศัพท์มือถือทุกวันๆ มันก็จะเป็นความเคยชิน เหมือนกับว่าเราขาดมันไม่ได้ จนโทรศัพท์มือถือกลายเป็นอวัยวะ/เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิตเราแล้ว เราแทบจะจำไม่ได้เลยว่า เราเคยสนุกไปกับการใช้ชีวิตที่ไร้โทรศัพท์มือถือได้อย่างไรบ้าง

สิ่งที่อยากให้ทดลองทำ คือ กำหนดหนึ่งวันในสัปดาห์ อาจจะเป็นวันหยุดที่เราบอกกับตัวเองและคนรอบข้างว่า วันนี้ฉันจะไม่ใช้มือถือเลยทั้งวัน และปิดมือถือ แล้วก็สนุกกับสิ่งต่างๆรอบตัว หาความสุขโดยการวาดรูป ถ่ายรูป ทำสวน ทำอาหาร หรืออ่านหนังสือดีดีสักเล่ม ตรงนี้ก็จะเป็นการลดนิสัยของการที่จะใช้โทรศัพท์มือถือทุกวันทุกขณะจิตไปได้

เชิญชวน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเด็นนี้ !!!

1. เราเคยถูกฟับบิ้งใส่หรือไม่ หากเคยสถานการณ์ไหนน่ารำคาญที่สุด

2. เราฟับบิ้งหรือไม่ หากฟับมักจะฟับในสถานการณ์ใดบ้าง

 

ร่วมรณรงค์ "Stop Phubbing" กันได้ผ่านทาง website และ facebook ...^w^

แล้วถ้าคนรอบตัว "ฟับบิ้ง" เราจะทำอย่างไรดี ? ... เรามา Stop Phubbing กันเถอะ!!

 

ประชาสัมพันธ์ !!!

ขอเชิญชวนเยาวชนและผู้สนใจทั่วไป อายุตั้งแต่18 ปีขึ้นไป

ร่วมทำแบบสำรวจการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)





ทำแบบทดสอบได้เลยค่ะ >> คลิ๊ก

 

By...JaH_K..S ^^