Skip to Content

การเตรียมจำหน่ายผู้ป่วยหนักระยะสุดท้าย : CoP วางแผนจำหน่าย

CoP วางแผนจำหน่าย

ชื่อเรื่อง  :  การเตรียมจำหน่ายผู้ป่วยหนักระยะสุดท้าย

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น :
ญาติผู้ป่วยมีทักษะในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น และสามารถจัดการเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินได้

บทเรียนจากการพัฒนา :

ญาติผู้ป่วยหนักระยะสุดท้ายที่ต้องการนำผู้ป่วยไปดูแลต่อ เนื่องที่โรงพยาบาลใกล้บ้านหรือที่บ้านต้องได้รับทราบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ การตามรถฉุกเฉิน การดำเนินการทางกฎหมายเมื่อจำเป็น พยาบาลเป็นบุคคลสำคัญในการให้คำแนะนำแนวทางการปฏิบัติเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน แต่จากประสบการณ์พบว่าบางครั้งญาติไม่ทราบวิธีที่ทำให้สามารถติดต่อรถ ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว หรือบางครั้งตื่นเต้นเกินไปทำให้สื่อสารข้อมูลไม่ครบถ้วนทำให้การช่วยเหลือ ล่าช้า ทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา และบางครั้งส่งผลให้ผู้ป่วยไม่ปลอดภัย

สำหรับการเรียกใช้บริการฉุกเฉินให้ได้รวดเร็ว พยาบาลต้องแจ้งเบอร์ที่สามารถติดต่อศูนย์รถฉุกเฉิน คือ 1669
แจ้ง

1. ชื่อสกุลผู้แจ้ง,พร้อมเบอร์โทรศัพท์  (เพื่อให้ทางศูนย์ฯรถพยาบาลสามารถติดต่อกลับได้ รวมทั้งให้คำแนะนำเพื่อการปฐมพยาบาลเบื้องต้น)
2. ข้อมูลเกี่ยวกับโรค อาการ การหายใจ และชีพจรของผู้ป่วย (เพื่อศูนย์ฯ จะได้พิจารณาจัดส่งรถศูนย์ฯ ที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบริการ ที่รวดเร็ว และเตรียมแพทย์ เครื่องมือ และอุปกรณ์ประจำรถที่จำเป็น )
3. ข้อมูลสถานที่พักอาศัยของผู้ป่วย กรณีที่ต้องเข้าซอย ให้จัดเตรียมผู้มารับรถฉุกเฉิน โดยสวมเสื้อที่เห็นได้ชัดเจน เช่น สีแดง ยืนคอยรับรถที่ปากซอยและเข้าไปพร้อมรถเพื่อบอกทางแก่คนขับ (เพื่อให้รถฉุกเฉินมารับผู้ป่วยได้ภายใน 5-20 นาที)

ซึ่งบริการเหล่านี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สำนักงานประกันสุขภาพรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

สำหรับผู้ป่วยที่หนักมากและถึงแก่กรรมที่บ้าน
พยาบาล ต้องแนะนำการปฏิบัติโดย กรณีที่เสียชีวิตที่บ้าน ให้แจ้งสถานีตำรวจใกล้บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาพร้อมแพทย์นิติเวชหรือแพทย์ซึ่งรับผิดชอบในท้อง ที่นั้นๆ เพื่อชันสูตรศพและออกใบรับรองการตาย จากนั้นญาติผู้ป่วยนำใบรับรองการตายไปแจ้งอำเภอเพื่อขอใบมรณบัตร
ส่วนกรณีที่ตำรวจคิดว่าตายผิดธรรมชาติ
ญาติจะได้รับคำแนะนำให้นำศพ ไปตรวจที่โรงพยาบาลที่สามารถทำการตรวจศพได้ แล้วออกหนังสือรับรองการตายให้ และแพทย์ที่ออกใบรับรองการตายได้ต้องเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมเท่านั้น

การติดตามผู้ป่วยหลัง Discharge ออกจากโรงพยาบาล (ช่วยให้เราทราบว่าผู้ป่วยมีความเป็นอยู่อย่างไรภายหลัง
จำหน่าย และบางครั้งยังเป็นโอกาสที่จะช่วยเหลือให้คำแนะนำผู้ป่วยและญาติ)

พยาบาลต้องสอบถามความสมัครใจก่อน และที่สำคัญคือการให้ข้อมูลเพื่อให้ผู้ป่วยและญาติเห็นความสำคัญและให้ความ ร่วมมือ โดยลักษณะของการติดตามสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของ หน่วยงาน และตามความเหมาะสม โดยเลือกได้หลายวิธีดังนี้
1) การติดตามทางโทรศัพท์กรณีที่ผู้ป่วยหรือญาติมีโทรศัพท์บ้านหรือมือถือที่ สามารถติดต่อได้
2) การติดตามโดยให้โทรศัพท์กลับมายังหอผู้ป่วย โดยหอผู้ป่วยให้นามบัตรพร้อมเบอร์โทรศัพท์พร้อมทั้งแนะนำวิธีการติดต่อ เพื่อความสะดวก และหอผู้ป่วยจะมีสำเนาใบสรุปการวางแผนจำหน่ายไว้ที่ หน่วยงานเพื่อให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วย หรือใช้วิธีบันทึกข้อมูลการวางแผนจำหน่ายไว้ในสมุดบันทึกทำให้สามารถเชื่อม โยงข้อมูลเพื่อประโยชน์แก่ผู้ป่วย
3) การติดตามโดยใช้ ไปรษณียบัตร โดยมีข้อคำถามสั้นๆ เกี่ยวกับการดูแลตนเองที่บ้านและระบุที่อยู่ส่งกลับมายังหน่วยงาน เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลการดูแลต่อเนื่องหลังจำหน่าย
4) การประสานงานส่งต่อให้หน่วยปฐมภูมิช่วยติดตามผู้ป่วยหลังจำหน่าย โดยหอผู้ป่วยต้องส่งข้อมูลหรือแจ้งก่อนผู้ป่วยจำหน่ายอย่างน้อย 3วัน เพื่อให้ทางหน่วยปฐมภูมิได้มีโอกาสสร้างสัมพันธภาพและวางแผนการเยี่ยม ได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย

 

   
    

เรียบเรียงข้อมูล ณ วันที่ 16 กันยายน 2552



Dr. Radut | forum