พระราชประวัติ

            สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นพระราชโอรสใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมาหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิการเจ้า

            

          ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ เดือนยี่ ปีเถาะ ขึ้น 3 ค่ำ ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2434(ก่อน พ.ศ. 2484 วันขึ้นปีใหม่ของไทยตรงกับวันที่ 1 เม.ย. ดังนั้น เดือนมกราคม พ.ศ. 2434 ซึ่งเป็นเดือนพระราชสมภพยังคงนับตามปฏิทินเก่า เมื่อเทียบกับปฏิทินสากลที่ใช้ในปัจจุบันจึงตรงกับ เดือนมกราคม พ.ศ. 2435)

        เมื่อทรงพระเยาว์  ทรงบรรชาเป็นสามเณร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2447  ทรงศึกษา  ณ โรงเรียนราชกุมาร  ในพระบรมมหาราชวัง  และทรงเสด็จไปศึกษาต่อต่างประเทศที่ "โรงเรียน แฮร์โรว์" ในประเทศอังกฤษ  และวิชาการทหารเรือในประเทศเยอรมัน  เมื่อจบการศึกษาได้รับพระราชอิสริยยศเป็น นายเรือตรีแห่งราชนาวีเยอรมัน และนายเรือตรีแห่งราชนาวีสยาม  แล้วเสด็จกลับมาทรงรับราชการในราชนาวีสยามอยู่ระยะหนึ่ง  ทรงลาออกจากกองทัพเรือเมื่อ  พ.ศ. 2459  แล้วเสด็จไปศึกษาวิชาการสาธารณสุขและวิชาทางการแพทย์  ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา  ทรงสอบได้ประกาศนียบัตรการสาธารณสุข  และ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตชั้น Cum Laude และทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสมาคมเกียรตินิยมทางการศึกษาแพทย์  อัลฟา โอเมกา อัลฟา ด้วย

      ตำแหน่งราชการ  ทรงเป็นอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย  กระทรวงศึกษาธิการ  ข้าหลวงตรวจการศึกษาทั่วไป   นายกกรรมการคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล  กรรมการสภากาชาดสยาม  ประธานกรรมการอำนวยการวชิรพยาบาล  พระอาจารย์พิเศษคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์  และแพทย์ประจำโรงพยาบาลแมคคอร์มิค

     ทรงอภิเษกสมรสกับ นางสาวสังวาลย์  ตะละภัฏ (สมเด็จพระศรีนครินทรา  บรมราชชนนี) เมื่อวันที่  10 กันยายน  พ.ศ.2463  ณ วังสระปทุม  มีพระราชโอรส  และพระธิดา  รวม  3 พระองค์ ได้แก่

                 

  1. สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  ประสูติ ณ กรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ  เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2466
  2. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชการที่ 8 ) ทรงพระราชสมภพ ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมันนี เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2468
  3. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช (รัชการที่ 9) ทรงพระราชสมภพ ณ เมืองแคมปริดจ์ รัฐแมสซาจูเซตต์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470

พระราชกรณียกิจ

        พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์
        ทรงปรับปรุงการศึกษาแพทย์  พยาบาล  และปรับปรุง  ร.พ.ศิริราช ทรงเป็นผู้แทนรัฐบาลสยามทำความตกลงกับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์  ซึ่งมูลนิธิได้ให้ความช่วยเหลือโดยส่งศาสตราจารย์มาจัดหลักสูตรและปรับปรุงการสอนให้ทุนอาจารย์ไทยไปศึกษาต่อในต่างประเทศ  ส่งอาจารย์พยาบาลเข้ามาช่วยปรับปรุงหลักสูตรและช่วยเรื่องการสอนในโรงเรียนพยาบาล

ทรงพระราชทานทุนเพื่อ
       -สนับสนุนการศึกษาของแพทย์และพยาบาล

       -สร้าง "ตึกมหิดลบำเพ็ญ" "ตึกอำนวยการ"

       -ซื้อโรงเรียนกุลสตรีวังหลัง  ทำเป็นที่อยู่ที่เรียนของพยาบาล

       -จ้างพยาบาลต่างประเทศมาช่วยสอนและปรับปรุงโรงเรียนพยาบาล

       -สนับสนุนการสอนและค้นคว้า

        รวมทั้งสิ้น 994,876.08 บาท(ไม่รวมทุนพระราชทานส่วนพระองค์แค่แพทย์และพยาบาล) อีกทั้งยังทรงขอพระราชทานทุนจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  และพระบรมวงศานุวงค์ เืพื่อเป็นทุนสำหรับ รพ. ศิริราช  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  อีกทั้งยังทรงปรับปรุงวชิรพยาบาล  รพ.แมคคอร์มิค  และ  รพ.สงขลา

        พระราชกรณียกิจด้านสาธารณสุข
        ทรงร่วมในการพิจารณา  พระราชบัญญัติการแพทย์ พ.ศ. 2466  โดยทรงแก้ไขข้อขัดข้องและความขัดแย้งต่าง ๆ จนลุล่วงไปด้วยดี  ทำให้กฏหมายฉบับนี้เป็น "กฏหมายทางการแพทย์ฉบับแรก" ที่ประกาศใช้  ทรงส่งเสริมการมารดาและทารกสงเคราะห์ และทรงช่วยอบรมแพทย์สาธารณสุขมณฑล

       พระราชกรณียกิจทางวิชาการ
       ทรงดำริจะสร้างโรงเรียนสาธารณสุข  พระราชทานทุนการศึกษาแก่ทันตแพทย์  การประมง  จ้างครูต่างประเทศ  ทรงวางรากฐานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และวิทยาศาสตร์พื้นฐาน  โดยสร้างคณาจารย์วิทยาศาสตร์พื้นฐานรุ่นแรกของประเทศ  การวางหลักสูตรวิทยาศาสตร์  และแพทย์  การก่อสร้างอาคารและจัดหาวัสดุ  อุปกรณ์การค้นคว้าวิจัย  การจัดหาหอพักนักศึกษา  เป็นต้น

      นอกจากนี้ยังทรงสร้างรากฐานการวิทยาศาสตร์แห่งชาติ  โดยพระราชทานทุนส่งนักเรียนไปศึกษาวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา  ณ ประเทศอังกฤษ  ผลิตบัณฑิตเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัย  และในโรงเรียนทั่วประเทศ  รวมทั้งบัณฑิตในวิทยาศาสตร์ประยุกต์  อาทิ ทันตแพทย์  เภสัชกร  วิศวกร  สถาปนิก  บุคลากรงานสาธารณสุข ฯลฯ

     สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร  อดุลยเดชวิกรม  พระบรมราชชนก  ทรงเป็นปูชนียบุคคลของชาติที่พระเมตตาสถิตย์อยู่ในใจปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า  สมควรที่โลกจะรับรู้และเทิดพระเกียรติพระองค์เป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนาประวัติศาสตร์ทางการศึกษา  วิทยาศาสตร์  การแพทย์  การพยาบาล  และการสาธารณสุขให้ขจรกำจายไปทั่วโลก  สมดังสมัญญานามว่าทรงเป็น "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย"

ร่วมบริจาค "วันมหิดล"

Mahidolday On Facebook

ติดต่อบริจาค

ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช

ตึกมหิดลบำเพ็ญ  ชั้น 1

วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 07.30 - 17.30 น.

วันหยุดราชการ, วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 - 16.30 น.  

โทร : 02-419-7658-60 , 02-419-7688 และ 02-414-1414

โทรสาร : 02-419-7687 

E-mail : donate_siriraj@hotmail.com